
วัชรพล เปิดแผนกระทรวงเกษตร ชง "รถแทรกเตอร์ EV" ใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านหลัง
วัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ แจงสภาโครงการพลังงานในพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชลประทานของบ 2 หมื่นล้านยังไม่ชัด กยท.ของบ 1.3 หมื่นล้านโดนตีกลับไม่ตรงเป้า ชูรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าช่วยชาวนาลดต้นทุน
KEY
POINTS
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอโครงการ "รถแทรกเตอร์ไฟฟ้า (EV)" เพื่อขอใช้งบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
- โครงการรถแทรกเตอร์ EV มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เกษตรกรลดการพึ่งพาน้ำมัน ลดค่าใช้จ่าย และลดมลพิษ
- นายวัชรพลชี้แจงว่าข้อเสนอของหน่วยงานอื่น เช่น ข้อเสนอ 1.3 หมื่นล้านบาทของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ถูกตีกลับเนื่องจากไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการอภิปรายต่อเนื่องมาตลอดทั้งวัน นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุม หลังสมาชิกฝ่ายค้านตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความชัดเจนของโครงการด้านพลังงานภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ที่เสนอขอใช้เงินกู้ก้อนที่สอง มูลค่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งถูกกำหนดไว้สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
ชลประทานของบ 2 หมื่นล้าน ยังอยู่ขั้นต้น ยังไม่ผ่านการกลั่นกรอง
นายวัชรพล เปิดเผยว่า แนวคิดในการจัดทำโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังรวบรวมข้อมูลและสั่งการให้กรมต่างๆ ในสังกัดจัดทำคำขอและเตรียมความพร้อมของโครงการ
สำหรับกรณีที่มีสมาชิกจากพรรคประชาชนสอบถามถึงคำขอของกรมชลประทาน มูลค่า 20,000 ล้านบาท ที่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าจะนำเงินไปใช้ทำอะไรนั้น นายวัชรพลชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นที่กรมชลประทานจัดทำขึ้นเอง แต่ยังไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองจากคณะทำงานระดับกระทรวง ทั้งจากทีมงานของรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ หรือแม้แต่ตัวเขาเอง เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งจะนำเสนอ พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้เข้าสู่สภาเพื่อขออนุมัติ
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าวัตถุประสงค์ของกรมชลประทานมีความชัดเจน คือมุ่งเปลี่ยนผ่านเครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน จากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีทางเลือก โดยยกตัวอย่างโครงการที่เตรียมไว้ อาทิ การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรกลด้วยไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ การก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า และสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
กยท.ของบ 1.3 หมื่นล้าน โดนตีกลับ ไม่ตรงวัตถุประสงค์
อีกประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมาก คือคำขอของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ซึ่งมีสมาชิกสภาฯ ยกตัวอย่างและระบุตัวเลขว่าทางการยางฯ ได้ทำคำขอมาสูงถึง 13,000 ล้านบาท นายวัชรพลชี้แจงว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ทีมงานเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของโครงการ กยท. อย่างละเอียด และพบว่ารายละเอียดโครงการที่ กยท. ทำมาไม่เหมาะสมแล้วก็ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ จึงมีคำสั่งให้ปรับโครงการดังกล่าวออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ในส่วนของ กยท. มีความชัดเจนแล้ว
ชูรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า ตอบโจทย์ชาวนาลดต้นทุน-ลดมลพิษ
ในช่วงท้ายของการชี้แจง นายวัชรพลตอบคำถามที่มีสมาชิกสภาฯ สอบถามว่า ชาวนาไทยจะได้รับประโยชน์อะไรจากแผนงานและโครงการภายใต้ พ.ร.ก.ฉบับนี้บ้าง โดยยกตัวอย่างโครงการที่นายสุริยะเน้นย้ำ คือเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งกรมการข้าวเตรียมนำร่องด้วยการจัดหารถแทรกเตอร์ไฟฟ้า (EV) ให้กับกลุ่มเกษตรกรและศูนย์ข้าวชุมชนต่างๆ นำไปใช้เพื่อช่วยให้เกษตรกรลดการพึ่งพาน้ำมัน ลดค่าใช้จ่าย และลดมลพิษไปพร้อมกัน
ยันใช้เงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อเกษตรกรเป็นหลัก
นายวัชรพลกล่าวปิดท้ายการชี้แจงว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้ความมั่นใจกับพี่น้องเกษตรกรอย่างแน่นอนว่า จะจัดทำโครงการและใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ภายใต้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ โดยมองพี่น้องเกษตรกรและประชาชนเป็นที่ตั้งและเป็นสิ่งสำคัญที่สุด







