thansettakij
thansettakij
‘เอกนัฏ’ แจงพ.ร.ก.กู้เงินปลุกโซลาร์ประชาชน 5 พันเมกะวัตต์ จัดแถว Data Center

‘เอกนัฏ’ แจงพ.ร.ก.กู้เงินปลุกโซลาร์ประชาชน 5 พันเมกะวัตต์ จัดแถว Data Center

26 ส.ค. 69 | 12:11 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ส.ค. 69 | 12:26 น.

'เอกนัฏ' รมว.พลังงาน แจงความจำเป็น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ยันนำเงินกู้ผ่าตัดโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเพื่อประชาชน ลุยลงทุนโซลาร์รูฟท็อป ขยายกรอบรับซื้อไฟพุ่ง 500-5,000 MW ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ให้ประชาชน ปลดล็อกซื้อขายไฟสะอาดเสรีไร้เพดาน ดันแผน PDP ฉบับใหม่สู้คาร์บอนข้ามพรมแดน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเสนอ พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน รับมือวิกฤตราคาเชื้อเพลิง และลดการพึ่งพากลุ่มทุนผูกขาด
  • เงินกู้จะถูกนำไปลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาบ้านประชาชน โดยรัฐเป็นผู้บริหารจัดการและรับซื้อไฟฟ้าคืน เมื่อผ่อนชำระครบ แผงโซลาร์จะตกเป็นของประชาชน
  • โครงการนี้มีเป้าหมายเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็น "โรงไฟฟ้าของประชาชน" พร้อมขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าและลงทุนพัฒนาระบบสายส่งอัจฉริยะ (Smart Grid) รองรับ

26 สิงหาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงถึงความจำเป็นของพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 โดยได้ระบุถึงแนวทางและเจตนาในการขออนุมัติกู้เงินเพื่อปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG ราว 30% สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า นอกเหนือจากแก๊สธรรมชาติที่สำรวจและผลิตได้ในประเทศและนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา เป็นต้น

ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ปัญหาเชิงนโยบายเพื่อบรรเทาภาระของประชาชนโดยการปรับลดค่าไฟฟ้างวดแรก 200 หน่วยเหลือ 3 บาท/หน่วย ซึ่งได้รับประโยชน์ทุกครัวเรือน พร้อมทั้งทำการตัด "ค่าไฟทาง" ที่เคยถูกคิดถัวเฉลี่ยในบิลค่าไฟฟ้าของประชาชนมานานกว่า 30–40 ปี ออกอย่างตรงไปตรงมา ตลอดจนการเข้าไปยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีราคาแพงในอดีต (เช่น สัญญา Adder) เพื่อลดภาระต้นทุนสะสมของการไฟฟ้าฯ และไม่ให้เป็นการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา

สำหรับการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรม Data Center ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่นั้น รัฐบาลได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการจัดระเบียบใหม่ โดยมีมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดเกณฑ์แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าของ Data Center ชัดเจน หาก Data Center ต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจะต้องรับผิดชอบภาระต้นทุนแก๊ส LNG ที่ต้องนำเข้าเพิ่มเติมเองโดยไม่กระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าของประชาชนหรืออุตสาหกรรมอื่นที่สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ได้ปรับแก้หลักเกณฑ์การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดแบบขายตรง จากเดิมที่ทดลองจำกัดไว้เฉพาะกลุ่ม Data Center ไม่เกิน 2,000 เมกะวัตต์ (MW) โดยยกเลิกเพดาน 2,000 MW และเปิดกว้างให้อุตสาหกรรมทุกประเภทสามารถเข้าสู่ตลาดรับซื้อไฟเสรี จับคู่ซื้อขายพลังงานสะอาดกับผู้ผลิตที่ให้ราคาต่ำที่สุด เพื่อส่งเสริมการแข่งขันและลดต้นทุนการผลิต พร้อมกันนี้รัฐบาลได้เตรียมประกาศใช้ แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ ระยะยาว 25 ปี ภายในช่วง 1 เดือนข้างหน้าเพื่อวางกรอบการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนรองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งยังได้ปฏิรูประบบการขออนุญาตติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ให้ง่ายและรวดเร็วขึ้นโดยมอบหมายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ทำหน้าที่เป็น One-Stop Service เคลียร์ขั้นตอนทางกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อลดอุปสรรคในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ของประชาชนและภาคธุรกิจ

ในส่วนของการเสนอขออนุมัติกู้เงินต่อรัฐสภานั้น ย้ำชัดว่า รัฐบาลมีเจตนาสำคัญว่า เป็นการกู้เงินเพื่อนำไป "ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชน" ไม่ใช่การกู้มาซื้อของแจก หรือจัดทำโครงการเพื่อหาเงินทอน โดยรัฐบาลจะนำเงินกู้ไปลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาหรือพื้นที่ของประชาชน โดยรัฐเป็นผู้ดูแล บริหารจัดการ และรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้ ในช่วงแรก รายได้จากการขายไฟฟ้าจะถูกนำมาผ่อนชำระคืนเงินต้น เมื่อชำระครบแล้ว แผงโซลาร์เซลล์ดังกล่าวจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของประชาชนโดยสมบูรณ์ เปลี่ยนหลังคาบ้านให้กลายเป็น "โรงไฟฟ้าของประชาชน" โดยได้ขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาเรือนจากเดิม 100 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ และพร้อมขยายเพิ่มเป็น 1,000 ถึง 5,000 เมกะวัตต์ตามความต้องการและศักยภาพของระบบ นอกจากนี้หากโครงข่ายไฟฟ้า Smart Grid หรือ Smart Meter ยังไม่รองรับ รัฐจะนำเงินกู้ส่วนนี้ไปลงทุนปรับปรุงระบบสายส่งและมิเตอร์อัจฉริยะควบคู่กันไป

นอกจากด้านไฟฟ้าแล้วเงินกู้ก้อนนี้จะถูกนำไปใช้ในโครงการสำรองน้ำมันด้วยเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อสร้างโอกาสและรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย ให้สามารถสร้างความเข้มแข็งทางพลังงานได้คล้ายคลึงกับประเทศผู้ผลิตน้ำมัน นายเอกนัฏ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เน้นย้ำในตอนท้ายว่า การกู้เงินครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปลดแอกประเทศไทยจากการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลราคาแพงและลดการพึ่งพากลุ่มทุนผูกขาด โดยหันมาสร้างระบบพลังงานที่ประชาชนพึ่งพาตนเองได้และพึ่งพากันเองภายในประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมขอคะแนนเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาฯ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน