thansettakij
thansettakij
นักวิชาการหนุนภาษีบุหรี่อัตราเดียว 25% เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐ

นักวิชาการหนุนภาษีบุหรี่อัตราเดียว 25% เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐ

29 มิ.ย. 69 | 06:39 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มิ.ย. 69 | 06:39 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ชี้ภาษีบุหรี่อัตราเดียว 25% ทางออกใหม่ แก้ Down Trading-เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐ ระบุ ถึงเวลาปรับโครงสร้างทั้งระบบ

KEY

POINTS

  • นักวิชาการจาก ม.ธรรมศาสตร์ สนับสนุนให้กลับมาใช้ภาษีบุหรี่อัตราเดียวที่ 25% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐและทำให้ระบบภาษีโปร่งใสขึ้น
  • การใช้ภาษีอัตราเดียวจะช่วยแก้ปัญหาการที่ผู้บริโภคหันไปหาสินค้าราคาถูกเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี (Down Trading) ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ
  • มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีในอัตราดังกล่าวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ รวมถึงยาเส้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคหันไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่อันตรายไม่ต่างกัน

ผศ.ดร.ถิรภาพ ฟักทอง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า การกลับมาใช้ภาษีบุหรี่อัตราเดียวนั้นเป็นการปรับนโยบายที่ดีที่สุดและควรทำมานานแล้ว และช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในเปลี่ยนโครงสร้างคือช่วงก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่ ซึ่งกำลังใกล้เข้ามาเพื่อเริ่มบังคับใช้ได้ทันตุลาคมนี้ เนื่องจากจะช่วยให้กลไกการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานรัฐมีความเป็นระบบ สามารถตรวจสอบปัญหาตามข้อมูลที่ได้รับได้ชัดเจน

นอกจากนี้ การใช้ภาษีบุหรี่อัตราเดียวยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหา Down Trading หรือพฤติกรรมการเล่นแร่แปรธาตุในตลาดปัจจุบัน ที่ผู้บริโภคหันไปหาบุหรี่ราคาถูกกว่า หรือผู้ประกอบการปรับราคาสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงขั้นภาษี (Tax Tier) ซึ่งส่งผลให้รัฐจัดเก็บภาษีได้ยาก การปรับมาใช้อัตราเดียวจึงช่วยให้ระบบภาษีมีความโปร่งใสและตรวจสอบง่ายขึ้น

25% เหมาะสมกับสถานการณ์

ในส่วนของตัวเลขโครงสร้างภาษีที่เหมาะสมนั้น จากการคำนวณผ่านเครื่องมือแบบจำลอง และข้อมูลที่ได้รับเพิ่มเติมหลังการเปิดตัวเครื่องมือเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และอัปเดตผ่านระบบเว็บไซต์ล่าสุด พบว่าการจัดเก็บภาษีบุหรี่อัตราเดียวที่ 25% คือตัวเลขที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน 

นักวิชาการหนุนภาษีบุหรี่อัตราเดียว 25% เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐ

 

ตัวเลขดังกล่าวได้มาจากการพิจารณาและคำนวณร่วมกับมิติรอบด้าน เช่น ปัญหาบุหรี่เถื่อน โดยจำเป็นต้องดำเนินมาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อนควบคู่ไปกับมาตรการทางภาษี 

ซึ่งปัจจุบันทางภาครัฐได้ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงครามและปัญหาระหว่างประเทศ ที่กำลังส่งผลกระทบและสร้างความรุนแรง ต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทย และสำคัญที่สุดก็คือสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ โดยไม่ควรให้เกิดภาระต่อกำลังซื้อของประชาชนมากจนเกินไปในช่วงเวลานี้

แนะครอบคลุมยาสูบ-ยาเส้นทุกประเภท

ผศ.ดร.ถิรภาพ กล่าวต่อไปอีกโดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายว่า รัฐบาลควรจัดเก็บภาษีในอัตราดังกล่าวกับสินค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ No Discrimination ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งหมายความรวมถึงสินค้าประเภทยาเส้นด้วย เนื่องจากในความเป็นจริง สินค้าเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณและโทษต่อสุขภาพไม่แตกต่างกัน มีเพียงรูปแบบภายนอกเท่านั้นที่ต่างกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เป้าหมายที่รัฐบาลต้องการให้ลดการสูบบุหรี่หันไปสูบยาเส้นที่มีราคาถูกกว่า แต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่ต่างกัน

สำหรับข้อกังวลเรื่องการปักป้ายกักตุนสินค้าของกลไกตลาดก่อนภาษีใหม่มีผลบังคับใช้เป็นเหตุให้การปรับโครงสร้างภาษีต้องเลื่อนออกไปเพราะยังไม่พร้อมนั้น ในงานวิจัยได้มีการเสนอทางออกด้วยระบบปฏิทินภาษี (Tax Calendar) ไว้แล้ว โดระบบปฏิทินภาษีจะทำหน้าที่เป็นแผนที่นำทาง (Roadmap) ให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์ทิศทาง และปรับกลยุทธ์ในการบริหารจัดการสต็อกสินค้า และการขายได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่เกิดการชะงักงันหรือการกักตุนสินค้าในลักษณะที่ส่งผลเสียต่อระบบตลาด