
ส.อ.ท.ชี้เข้า OECD ยกระดับไทยสู่มาตรฐานโลก ดันกฎหมายโปร่งใส-ลดคอร์รัปชัน
เอกชนหนุนไทยเข้า OECD มองเป็นจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลประเทศ ชี้เป็นกุญแจปฏิรูประบบราชการ สร้างกติกายั่งยืนข้ามรัฐบาล หนุนการศึกษา สาธารณสุข และลดเหลื่อมล้ำ
KEY
POINTS
- ส.อ.ท. ชี้ว่าการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐของไทยให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสตามมาตรฐานสากล
- การเข้าร่วมจะผลักดันให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่ยั่งยืน โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามคอร์รัปชัน ซึ่งจะคงอยู่แม้มีการเปลี่ยนรัฐบาล
- การปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD จะส่งผลดีทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม เช่น การลดความเหลื่อมล้ำ นอกเหนือจากการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ
ประเทศไทยกำลังอยู่ในกระบวนการภาคยานุวัติ (Accession Process) เพื่อเข้าเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD
โดยตั้งเป้าหมายเป็นสมาชิกให้สำเร็จภายในปี 2571 หรือ 2573 ซึ่งไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียนที่ได้รับโอกาสดังกล่าวนี้
หลังได้รับเชิญให้เข้าสู่กระบวนการเจรจาตั้งแต่กลางปี 2567 และได้ยื่นเอกสารทบทวนนโยบายและกฎหมายเบื้องต้น (Initial Memorandum) เพื่อให้คณะกรรมการทางเทคนิคของ OECD ประเมิน
ซึ่งมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อผลักดันและเร่งรัดการปฏิรูปทุกภาคส่วนให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD
ยกระดับบริหารจัดการรัฐโปร่งใส
จากกรณีดังกล่าวแหล่งข่าวระดับสูงจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การเข้าสู่ OECD เป็นการยกระดับระบบบริหารจัดการของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส
รวมถึงกติกาที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการลดความเหลื่อมล้ำในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา และสาธารณสุข เป็นต้น ดัวนั้นการเข้าสู่ OECD จะไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียง แต่เป็นผลดีทั้งทางเศรษฐกิจ และสังคม
บังคับใช้กฏหมายยั่งยืน
นอกจากนี้ ผลดีที่ไทยจะได้จากการเข้าร่วม OECD ก็คือเรื่องการบังคับใช้กฏหมาย เช่น กฏหมายซ้ำซ้อน การปราบปรามคอร์รัปชั่น ซึ่งแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาล แต่กฏหมายดังกล่าวจะเกิดขึ้นแบบยั่งยืน
อีกทั้งการเข้าถึงบริการของรัฐ ประชาชนทุกคนก็จะได้สิทธิ์เท่าเทียมกันหมดด้วยกระบวนการของ OECD
ต้องยอมรับว่ารัฐบาลใจถึงมากในการตัดสินใจผลักดันไทยเข้าร่วม OECD เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะมีการเปี่ยนแปลง หรือหมดอำนาจในการบริหารกฏหมาย หรือข้อบังคับต่างๆก็จะยังคงมีอยู่แบบยั่งยืน ขณะที่ประชาชนก็จะได้รับความโป่งใสด้วย







