
ที่ปรึกษา OECD แนะไทยปฏิรูปทั้งระบบ เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันประเทศ
Dr. Tatyana Teplova ที่ปรึกษา OECD ย้ำ "หลักนิติธรรม" คือรากฐานความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมกาง 5 เสาหลัก แนะไทยปฏิรูปทั้งระบบชูแนวทาง "Whole-of-Society" ดึงทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน มุ่งเป้ายกระดับขีดความสามารถการแข่งขันไทยสู่มาตรฐานสากล
KEY
POINTS
- ที่ปรึกษา OECD แนะให้ไทยปฏิรูปหลักนิติธรรม (Rule of Law) ทั้งระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณารับเข้าเป็นสมาชิก
- การปฏิรูปต้องยึด 5 เสาหลักที่เชื่อมโยงกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน ได้แก่ ความสามารถในการคาดการณ์ได้, การเข้าถึงความยุติธรรม, ความแน่นอนด้านกฎระเบียบ, ความซื่อสัตย์สุจริต และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์
- แนวทางการปฏิรูปต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม (Whole-of-Society) ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม โดยต้องอาศัยผู้นำทั้งในระดับการเมือง สถาบัน และสังคมร่วมกันขับเคลื่อน
ในงานสัมมนา Thailand Rule of Law Leadership Forum 2026 "Dr.Tatyana Teplova" หัวหน้าที่ปรึกษาอาวุโสด้านความยุติธรรม สำนักบริหารกิจการสาธารณะ (Public Governance Directorate) แห่ง OECD ได้ร่วมฉายภาพความสำคัญของหลักนิติธรรม (Rule of Law) ที่ไม่ใช่เพียงประเด็นทางกฎหมาย แต่เป็น "รากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นในสถาบัน ความมั่นใจทางเศรษฐกิจ และความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจ" ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งในการพิจารณารับประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยเฉพาะความมีประสิทธิภาพของสถาบันยุติธรรม
เจาะ 5 เสาหลัก: พลิกโฉมนิติธรรมสู่ความเชื่อมั่นทางธุรกิจ
ที่ปรึกษา OECD วิเคราะห์ถึง 5 องค์ประกอบหลักที่เชื่อมโยงหลักนิติธรรมเข้ากับความมั่นใจของนักลงทุนและประชาชน
1.ความสามารถในการคาดการณ์ได้ (Predictability) นักลงทุนต้องการความมั่นใจว่าการตัดสินใจของรัฐจะเป็นไปตามกฎกติกาที่ชัดเจน มีความสม่ำเสมอ และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยลดความไม่แน่นอน และสร้างความไว้วางใจในสถาบันรัฐ
2. การเข้าถึงความยุติธรรม (Access to Justice) ภาคธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่รายใหญ่จนถึง SME ต้องมีช่องทางระงับข้อพิพาทที่เป็นธรรม รวดเร็ว และมีต้นทุนที่เข้าถึงได้ หากกระบวนการยุติธรรมเข้าถึงยาก ความเชื่อมั่นจะถูกทำลายทันที
3.ความแน่นอนด้านกฎระเบียบ (Regulatory Certainty) ธุรกิจต้องการความชัดเจนในพันธกรณีและการบังคับใช้กฎระเบียบที่เท่าเทียม ไม่ว่าบริษัทนั้นจะมีขนาดใหญ่หรือมีอิทธิพลเพียงใด โดยต้องมีกลไกยุติข้อพิพาทที่โปร่งใส
4. ความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity) ความเชื่อมั่นของสาธารณะจะเกิดขึ้นเมื่อการตัดสินใจต่างๆ ถูกมองว่าทำเพื่อ "ประโยชน์ส่วนรวม" (Public Interest) ซึ่ง OECD มีมาตรฐานสากลที่จะช่วยนำทางประเทศต่างๆ ในด้านนี้
5. การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based) การปฏิรูปต้องอาศัยข้อมูลจริงเพื่อระบุ "คอขวด" ของปัญหา และวัดผลว่าการเปลี่ยนแปลงช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแก่ประชาชนและธุรกิจจริงหรือไม่
แนวทาง "Whole-of-Society": การปฏิรูปที่ต้องทำร่วมกันทั้งสังคม
Dr. Teplova ย้ำว่าไม่มี "ยาวิเศษ" สำหรับการปฏิรูป แต่ประสบการณ์จากสมาชิก OECD ชี้ว่าความสำเร็จต้องมาจากแนวทางที่ครอบคลุมทั้งสังคม (Whole-of-Society Approach) ซึ่งการปฏิรูปหลักนิติธรรมไม่สามารถเป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากการประสานพลังของสถาบันอิสระ รัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
หัวใจสำคัญคือการยึด "ประสบการณ์จริง" ของผู้ใช้เป็นที่ตั้ง
ประเด็นที่น่าสนใจคือ การปฏิรูปต้องก้าวข้าม "อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย" ของหน่วยงาน และหันมาทำความเข้าใจปัญหาจริงที่ประชาชนและธุรกิจเผชิญ เช่น ปัญหาด้านการจ้างงาน, หนี้สิน, ที่อยู่อาศัย หรือปัญหาภาษี โดยหน่วยงานรัฐต้องตั้งคำถามว่า "เราจะทำงานร่วมกันอย่างไรเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและธุรกิจ?
"ความเชื่อมั่นจะเติบโตได้เมื่อกระบวนการปฏิรูปเปิดกว้างและมีส่วนร่วม เช่น ภาคเอกชนช่วยระบุอุปสรรคการลงทุนหรือปัญหาคอร์รัปชัน ขณะที่ภาคประชาสังคมสะท้อนปัญหาในระดับชุมชน"
3 ระดับผู้นำ: ขับเคลื่อนไทยสู่มาตรฐานสากล
ในบทสรุป Dr. Teplova ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของผู้นำใน 3 ระดับที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
1. ผู้นำทางการเมือง (Political Leadership): เพื่อกำหนดทิศทางเชิงนโยบายที่ชัดเจน
2. ผู้นำเชิงสถาบัน (Institutional Leadership): เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติและการปฏิรูปภายในหน่วยงาน
3. ผู้นำภาคสังคม (Societal Leadership): เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนและความรู้สึกเป็นเจ้าของในการปฏิรูป
การเข้าสู่กระบวนการสมาชิก OECD จะเป็นเสมือน "โรดแมป" ที่ช่วยให้ไทยยกระดับหลักนิติธรรมผ่านการนำมาตรฐานสากลมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริงต่อชีวิตประชาชนและขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในเวทีโลก







