thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ สั่งกรมสรรพสามิต ทบทวนโครงการ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’

‘เอกนิติ’ สั่งกรมสรรพสามิต ทบทวนโครงการ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’

12 พ.ค. 69 | 06:15 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 69 | 06:17 น.

รองนายกฯ ‘เอกนิติ’ สั่งให้กรมสรรพสามิต เร่งทบทวนโครงการ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ อีกครั้ง ขณะที่ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เชื่อออกมาเพื่อแก้วิกฤติ เยียวยา ปรับโครงสร้างเปลี่ยนผ่านพลังงาน เปรียบยิงนกทีเดียวได้ถึงสองตัว

12 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีรถเก่าแลกรถใหม่ ที่อาจติดขัดในเรื่องของรายละเอียดที่อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ว่า ขณะนี้ยังมีเวลา และได้มอบหมายให้ กรมสรรพสามิต ไปดำเนินการพิจารณาต่อ

ขณะที่การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และวิกฤติปากท้องประชาชน เชื่อว่าทุกประเทศมีความรับผิดชอบดูแลปากท้องประชาชน 

ส่วนที่หลายคนนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น ในปี 2540 ครั้งนั้นต้องเรียกว่า วิกฤตค่าเงิน และวิกฤตแบงก์ล้ม ซึ่งแตกต่างจากในขณะนี้ ที่เป็นวิกฤตค่าครองชีพ โดยค่าครองชีพที่พุ่งสูงทั่วโลก ถือเป็นวิกฤตความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงยืนยันถึงความจำเป็นเร่งด่วน และมีการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีอย่างรอบคอบ พร้อมระบุว่า หากไม่ทำในวันนี้ วิกฤตจะมาอีกหลายระลอก

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลเห็นเงินเฟ้อเริ่มพุ่งสูงขึ้น และวิกฤตต่อมาคือวิกฤตค่าครองชีพ ถ้าเราไม่สามารถหยุดวิกฤตนี้ได้ตั้งแต่ตอนนี้ และรอให้เกิดปัญหา เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้หดตัว ธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จนกลายเป็นวิกฤตคนตกงาน นี่คือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และหากปล่อยให้เกิดนานขึ้น จะยิ่งแก้ไขยาก

อย่างไรก็ดีในวันนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลบังคับใช้เรียบร้อย ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมเดินหน้า ส่วนการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน ในส่วนของเงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้เปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สามารถรองบประมาณปกติได้หรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่า คิดว่า 2 แสนล้านบาทส่วนหลัง กับ 2 แสนล้านบาทแรก ต้องแยกกัน เพราะนี่คือวิกฤตเรื่องการเยียวยา

วัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ คือการเยียวยา และนอกจากการเยียวยาแล้ว ยังต้องเปลี่ยนผ่านให้เกิดความเข้มแข็งได้ด้วย เปรียบเหมือนยิงนกทีเดียวได้ถึงสองตัว ทั้งบรรเทาผลกระทบ และทำให้กลับมาแข็งแรงขึ้น

“ตอนนี้ชัดเจนว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงเรื่องวิกฤตพลังงานมากกว่าหลายประเทศ เพราะเราต้องนำเข้าพลังงานสูง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่าน เพราะหากยังต้องพึ่งพาน้ำมันมากขนาดนี้ ก็ต้องนำเข้า ขณะที่วิกฤตสงครามไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ และจะกระทบประชาชนอีกหลายระลอก ตนคิดว่าประชาชนจะเดือดร้อน” นายเอกนิติ กล่าว