
คลังเผย 'รถเก่าแลกรถใหม่' ยังไม่จบ สรรพสามิตศึกษาหนักตีราคารถ
คลังเผย 'รถเก่าแลกรถใหม่' ยังไม่จบ สรรพสามิตศึกษาหนักตีราคารถ ลุ้นชงโครงการใหม่ดีกว่าเดิม หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ทำยอดซื้อรถยนต์ 'กระตุก'
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการเดินหน้าโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดเชิงลึกของโครงการ เนื่องจากยังมีประเด็นในหลายๆ ด้านที่ต้องศึกษาให้ละเอียดและรอบครอบ อาทิ เกณฑ์การประเมินมูลค่ารถยนต์เก่า
โดยสรรพสามิตอาจจะกลับมารายงานข้อสรุปอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นข้อเสนอใหม่ที่ดีกว่าโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ก็ได้
นายลวรณ กล่าวว่า รถแต่ละคันมีสภาพที่แตกต่างกันอย่างมาก หากตั้งราคากลางสูงเกินไปหรือต่ำเกินไปสำหรับรถที่สภาพต่างกันจะกลายเป็นปัญหา เช่น กรณีที่เจ้าของรถบางรายดูแลรักษาดีมากแต่กลับได้ราคาเท่ากับรถที่เป็นซาก ซึ่งเป็นเรื่องยากในการกำหนดมาตรฐานเดียว
หลักเกณฑ์ต้องชัด ลดใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ ต้องการให้โครงการมีความชัดเจนและมีหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องทางการทุจริตหรือความไม่โปร่งใส โดยไม่ต้องการให้ใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการชี้ขาดราคารถ
“จากการรายงานของกรมสรรพสามิต ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เล่าถึงความยากในการกำหนดเกณฑ์การประเมินมูลค่ารถยนต์เก่า โดยนิยามของคำว่า "รถเก่า" ว่าควรจะมีอายุการใช้งานกี่ปี ก็ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่และยังไม่มีข้อสรุป“
หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ทำยอดซื้อรถยนต์ 'กระตุก'
ส่วนกรณีภาคเอกชนมีความกังวลว่าข่าวสารเรื่องการเดินหน้าโครงการที่ออกไปในช่วงที่ยังไม่มีความชัดเจนนี้ จะทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่ เพื่อรอความชัดเจนจากโครงการรัฐนั้น นายลวรณ กล่าวว่า ไม่ต้องการให้โครงการนี้กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้การตัดสินใจซื้อของประชาชนต้อง "กระตุก" หรือหยุดชะงักลง จึงมีความจำเป็นต้องเร่งหาข้อสรุปให้เร็วที่สุด
“เราอยากทำออกมาให้เร็ว และชัดเจน ไม่อยากให้โครงการนี้ ไปมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ ซึ่งกรมสรรพสามิตกำลังศึกษา โดยยิ่งออกมาเร็วก็จะยิ่งดี”
เข้าเงื่อนไขใช้ขอใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
ส่วนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ จะอยู่ในการใช้งบพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอหรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า หากดูในรายละเอียดพ.ร.ก.กู้เงิน จะเห็นว่าเรื่องรถยนต์เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความเชื่อมโยงกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่วนจะเปลี่ยนได้อย่างไรนั้นจะต้องมีความชัดเจน
ทั้งนี้ โครงการที่จะผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน และได้รับการอนุมัติ ไปจนถึงการเบิกจ่ายใช้เงินกู้ได้จริง ความชัดเจนก่อนจะเสนอเข้าสู่กระบวนการอนุมัติเป็นโครงการใช้เงินกู้ต่อไป







