thansettakij
thansettakij
ลุ้นกองทุนอุตสาหกรรมแสนล้าน สะดุดหนี้สาธารณะจ่อชนเพดาน 70%

ลุ้นกองทุนอุตสาหกรรมแสนล้าน สะดุดหนี้สาธารณะจ่อชนเพดาน 70%

05 พ.ค. 69 | 00:11 น.

ลุ้นกองทุนอุตสาหกรรมแสนล้าน สะดุดหนี้สาธารณะจ่อชนเพดาน 70% หวั่นกระทบวินัยการคลัง วราวุธชี้วิกฤตรอบด้านบีบไทยปรับเกม ส่งออกต้องเน้นมูลค่าสูง

KEY

POINTS

  • การจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมวงเงินแสนล้านบาทต้องชะลอการพิจารณา เนื่องจากความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ
  • ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ประมาณ 68% ซึ่งใกล้ชนเพดานหนี้ที่กำหนดไว้ที่ 70% แล้ว
  • กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง โดยรัฐบาลต้องพิจารณาภาระงบประมาณโดยรวมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบภาคส่วนอื่น

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้เอสเอ็มอี วงเงินประมาณแสนล้านบาท โดยรูปแบบจะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมทุน รวมถึงธนาคารโลก (World Bank) ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาและหารือกับกระทรวงการคลัง เนื่องจากความกังวลเรื่องสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี (GDP) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 68% ใกล้ชนเพดานหนี้ 70% แล้ว 

ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาภาระงบประมาณในภาพรวม ต้องรอพิจารณาสักระยะว่า เพดานหนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป รวมถึงแนวทางนโยบายของรัฐบาล จะมีโครงการต่างๆ เข้ามามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนในภาคส่วนอื่นที่ยังได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน 

“หากถามว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ก็ต้องบอกว่าหากมีโอกาส มีช่องว่างพอก็ดำเนินการ แต่ก็ต้องดูนโยบายรัฐบาล เพราะหนี้สาธารณะใกล้ชนเพดานไปแล้ว มาอยู่เฉพาะของอุตสาหกรรมเดี๋ยวกลุ่มอื่นจะต่อว่าได้ เพราะว่ายังมีประชาชนคนไทยที่ยังเดือดร้อนที่จะต้องใช้เงินงบประมาณเหมือนกันอยู่พอสมควร จึงเป็นเรื่องที่ต้องรอบคอบ“

ส่วนกรณีที่ได้หารือร่วมกับธนาคารโลก ล่าสุดมีหลายโครงการที่จะทำร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมม บางโครงการก็มีความละเอียดสูง มีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงมาก การทำร่วมกันต้องใช้เวลามาก เป็นสิ่งที่ดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้ ได้หารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมมาครบทุกกรม เพื่อเตรียมประสานกับภาคเอกชนในการนำสินค้ามาตรฐานโรงงานราคาย่อมเยา ถูกกว่าท้องตลาด 30-40% มาจำหน่ายให้กับประชาชนโดยตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการไทยช่วยไทย ที่ตั้งใจให้นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกันหลายจุดทั่วประเทศ 

"ประเทศไทยเยังไม่เคยเจอความท้าทายหลายมิติพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตพลังงาน วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ และก็วิกฤตทางสภาพภูมิอากาศ เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องปรับตัวไม่ว่าจะเป็นมิติในประเทศ และมิติต่างประเทศ เป็นเวลาที่ไม่ใช่มาแข่งกันส่งออกว่าใครส่งออกได้เยอะที่สุด แต่ต้องส่งออกของที่แพงที่สุด"