
อุตสาหกรรมอัด 1,500 ล้าน เปิดสินเชื่อเสือติดปีก-คงกระพัน หนุน SMEs ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง
กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าอัด 1,500 ล้านบาท เปิดสินเชื่อเสือติดปีก-คงกระพัน ช่วยเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง มุ่งเสริมสภาพคล่อง-เพิ่มขีดแข่งขัน
KEY
POINTS
- กระทรวงอุตสาหกรรมอนุมัติงบ 1,500 ล้านบาท ผ่านกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันแพง
- เปิดตัว 2 โครงการสินเชื่อ ได้แก่ "เสือติดปีก" วงเงิน 1,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนด้านนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุน และ "คงกระพัน" วงเงิน 500 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ
- สินเชื่อ "เสือติดปีก" ให้วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย (ดอกเบี้ย 3-5%) ส่วน "คงกระพัน" ให้วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย (ดอกเบี้ย 5-7%)
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า กระทรวงฯการดำเนินงานผ่านกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการเสือติดปีก รอบ 2 และโครงการคงกระพันรอบ 2
โดยจะมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่ตรงจุด ซึ่งโครงการเสือติดปีกรอบ 2 จะทำหน้าที่อัดฉีดทุนเพื่อการปรับตัว เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุน
ขณะที่โครงการคงกระพันรอบ 2 จะทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันทางธุรกิจ เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการมีกำลังเพียงพอในการรักษาประคองกิจการ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก
ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ ได้เตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือภายใต้วงเงินรวมกว่า 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) รอบ 2 กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท มุ่งเน้นการให้กู้ยืมเพื่อลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้วยวงเงินสูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% - 5% ต่อปี
และโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ (คงกระพัน) รอบ 2 กรอบวงเงิน 500 ล้านบาท ที่เน้นการรักษาสภาพคล่องเป็นเกราะป้องกันธุรกิจด้วยวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5% - 7% ต่อปี
“ทั้ง 2 โครงการจะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. – 30 มิ.ย. 2569 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม”
นายณัฐพล กล่าวต่อไปอีกว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อภาคการผลิต การค้า และการส่งออกของไทย
กระทรวงฯจึงมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาคุณภาพมาตรฐานไว้ได้ภายใต้สภาวะวิกฤต โดยเน้นการสร้างความยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก







