thansettakij
thansettakij
วราวุธเล็งถก World Bank ตั้ง ‘กองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม’ วงเงินแสนล้าน

วราวุธเล็งถก World Bank ตั้ง ‘กองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม’ วงเงินแสนล้าน

23 เม.ย. 69 | 00:24 น.
อัปเดตล่าสุด :23 เม.ย. 69 | 00:26 น.

รมว.อุตสาหกรรมเตรียมเดินหน้าหารือ World Bank ตั้ง ‘กองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม’ วงเงิน 1 แสนล้านบาทมุ่งช่วยเอสเอ็มอีเปลี่ยนธุรกิจสู่อนาคต

KEY

POINTS

  • กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมจัดตั้ง ‘กองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม’ วงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท
  • เตรียมหารือกับธนาคารโลก (World Bank) เป็นรายแรก เพื่อร่วมมือในการจัดตั้งกองทุน
  • รูปแบบกองทุนจะเป็นการร่วมทุนกับภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่อุตสาหกรรมอนาคต

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯมีแผนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม วงเงินประมาณแสนล้านบาท แต่จะทยอยทำเป็นเฟส หรือเป็นระยะ

โดยรูปแบบของกองทุนจะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมทุน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้เตรียมหารือกับทางธนาคารโลก หรือเวิล์ดแบงก์ (World Bank) เป็นรายแรก เนื่องจากเป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ให้เงินทุนและคำแนะนำทางวิชาการแก่ประเทศกำลังพัฒนา

 

ทั้งนี้ กระทรวงฯมีสเป๊กที่ต้องการให้ดึงมาร่วมทุนอยู่แล้ว โดยต้องเป็นบริษัทเอกชนที่เก่ง มีเงินทุน เพื่อมาช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรม จะเป็นเอกชนไทยหรือต่างชาติก็ได้ แต่ต้องมาเพื่อเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย

อย่างไรก็ดี ต้องหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณารายละเอียดไม่ให้ซ้ำซ้อนกับกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เนื่องจากเป้าหมายของกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต้องการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก ที่ต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมในอนาคต และปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เป็นต้น

วราวุธเล็งถก World Bank ตั้ง ‘กองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม’ วงเงินแสนล้าน

 

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า วันนี้ (23 เม.ย. 2569) จะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ซึ่งจะมีการหารือถึงเงื่อนไขใหม่ในการส่งเสริมการลงทุน

โดยเฉพาะการตั้งเงื่อนไขที่เข้มขึ้น ต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยได้ประโยชน์ที่สุด เนื่องจากบางอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนแล้วไม่ใช้ซัพพลายเชนในประเทศเลย หรือไม่มีการจ้างงานในประเทศ 

“ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ (Data Center) ไม่ได้ว่าจะไม่ต้องการ แต่ถ้าใช้ PCB ไทยทำไมจะไม่ต้องการ แต่ต้องมาคุยกันว่าดึงเข้ามาแล้วไทยได้อะไรบ้าง มีการจ้างงานไหม มากขนาดไหน ใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างไร”

ซึ่งบางอุตสาหกรรมเข้ามาใช้ Local Content 80% หรือ 100% ทำไมไทยจะไม่ต้องการ ดังนั้นจึงต้องมึการหารือาคุยกับนายเอกนิติ ในที่ประชุมบอร์ดบีโอไอก่อนว่าจะต้องมาปรับแก้เงื่อนไขอย่างไรได้บ้าง

ทั้งนี้ เนื่องจาก สิ่งที่ไทยได้ไม่คุ้มกับที่เสีย ด้วยเงื่อนไขของบีโอไอจะต้องมาดูว่าตั้งมาตั้งแต่ปีไหน ระเบียบเป็นอย่างไร บางอย่างมีมาตั้งแต่นายบรรหาร ศิลปาชาเป็นรัฐมนตรี

นายวราวุฒิ กล่าวอีกว่า ด้วยสงครามและวิกฤตที่เกิดขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องกลับมาดูว่าประเทศไทยต้องได้ประโยชน์เต็มที่จากสิ่งใดบ้าง สำหรับแนวทางจะสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านใด ปีไหน จำเป็นที่ต้องฟังความคิดเห็นจากทุกหน่วยงาน