
‘วราวุธ’ เปิดยุทธศาสตร์ ONE MIND ดัน กนอ.ขึ้นแท่นศูนย์กลางลงทุนโลก
‘วราวุธ’ เดินหน้าเปิดยุทธศาสตร์ ONE MIND ดัน กนอ.ขึ้นแท่นศูนย์กลางลงทุนโลก พร้อมปลดล็อกกฎหมาย ดัน Self-Certify กนอ. ลุยลดอนุมัติโรงงานเหลือ 1 เดือน
KEY
POINTS
- นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดตัวยุทธศาสตร์ "ONE MIND" เพื่อผลักดันการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนของโลก
- ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การร่วมมือกับธนาคารโลก, การจัดตั้งตลาดคาร์บอนเครดิต, การปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดขั้นตอน และการยกระดับการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม
- ตั้งเป้าหมายสำคัญเพื่อดึงดูดนักลงทุน เช่น ลดระยะเวลาอนุมัติตั้งโรงงานให้เหลือภายใน 1 เดือน และรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างเซมิคอนดักเตอร์และ AI
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และรับฟังคำบรรยายสรุปและดูศักยภาพการทำงานจริง ว่า จะดำเนินการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนกนอ. ภายใต้นโยบาย ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ให้เป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักลงทุน
ทั่วโลก ประกอบด้วย
- Policy Driven & World Bank Partnership ด้วยการผนึกธนาคารโลก (World Bank) นำมาตรฐาน Green Finance มาเป็นกลไกสนับสนุนงบประมาณดอกเบี้ยต่ำให้แก่ SMEs ในโครงการ Low Carbon Cities เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสู่เทคโนโลยีสะอาด รองรับอุตฯ Semiconductor และ AI
- Personal Vision (Carbon Credit & Net Zero) จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตในนิคมอุตสาหกรรม ที่ได้มาตรฐานสากล รองรับระบบ ETS และรับมือมาตรการ CBAM เพื่อบริหารจัดการต้นทุนคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ
- Law Reform (ปลดล็อกขีดความสามารถการแข่งขัน) ปฏิรูปข้อบังคับและกฎหมายให้นำระบบดิจิทัลและการรับรองตนเอง (Self-Certify) มาใช้ โดยตั้งเป้าหมายลดระยะเวลาอนุมัติอนุญาตตั้งโรงงานให้จบภายใน 1 เดือน
- People Engagement & Environmental Surveillance ยกระดับการเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำขั้นสูงสุด ผ่านระบบตรวจวัดออนไลน์ (BOD/COD Online) หรือตาอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อป้องกันการลักลอบปล่อยน้ำเสียสู่ชุมชนอย่างเด็ดขาด
นายวราวุธ กล่าวว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ผ่านร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศ ที่กำหนดให้การรายงานก๊าซเรือนกระจกเป็นภาคบังคับ โอกาสใหม่ๆ เหล่านี้คือความท้าทายและความยั่งยืนจึงได้กลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง ทำเลที่ตั้งซึ่งได้เปรียบ ทางกนอ. มีความพร้อมให้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย
ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังต้องการขับเคลื่อนกฎหมาย Low Carbon ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Global Value Chain ซึ่งการที่กนอ. มีระบบคาร์บอนเครดิตที่ได้รับความยอมรับจากเวิลด์แบงค์(World Bank) จะเป็นแต้มต่อที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลกตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ กนอ. กล่าวว่า กนอ. มุ่งยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการปฏิรูประเบียบปฏิบัติให้เอื้อต่อการลงทุนยุคใหม่ตามมาตรฐาน OECD นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของห่วงโซ่การผลิตไทย และสานต่องานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งในพื้นที่ EEC และการพัฒนา Smart Port มาบตาพุด
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า กนอ. จะเร่งขับเคลื่อนแผนงาน 5 Quick Win ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ การพัฒนาระบบ Smart Grid และ Waste Close Loop ในนิคมอุตสาหกรรม
เพื่อลดต้นทุนและมุ่งสู่ Zero Waste พร้อมยกระดับสาธารณูปโภครองรับอุตสาหกรรมปลายน้ำที่มีมูลค่าสูง (Downstream Industry) และเปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) โดยนำเทคโนโลยีคลาวด์อัจฉริยะมาใช้บริหารจัดการข้อมูลและบริการแบบ One Stop Service







