thansettakij
เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

19 ก.พ. 2569 | 09:48 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.พ. 2569 | 09:57 น.

เปิดตัวทีมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยภายใต้การนำของ ‘ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านนโยบายสำคัญ เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชน

ตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ที่ขยายตัวสูงถึง 2.5% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เติบโตได้ 2.4% ถือเป็นตัวเลขที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ จากก่อนหน้านั้นที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)คาดการณ์ว่า ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.8%

เนื่องจากประเมินว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส ของรัฐบาลที่มากระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จะสร้างผลทวีคูณในระบบเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 0.3-0.4% เท่านั้น

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า ตัวเลขที่ออกมานั้น ถือเป็นกำลังใจให้กับทีมทำงานด้านเศรษฐกิจทุกคน ที่สามารถงัดเศรษฐกิจไทยให้พ้นจากหล่มได้ 

นอกจากผลของมาตรการรัฐ ทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส, โครงการเที่ยวดีมีคืน และการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วยังมาจากการลงทุนรวม ที่ขยายตัวถึง 8.1% สูงสุดในรอบที่ผ่านมา

ดร.เอกนิติกล่าวว่า หลักๆ เป็นผลมาจากการเร่งผลักดันการลงทุนทั้งในส่วนของรัฐบาล ผ่านการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ที่คนอาจจะไปโฟกัสที่งบประมาณที่ล่าช้า กระทบการลงทุน แต่ตัวเลขการลงทุนของรัฐวิสาหกิจมีถึงครึ่งหนึ่งของรัฐบาล ดังนั้นเมื่อไปเร่งรัดการเบิกจ่ายส่วนนี้ทำให้การลงทุนภาครัฐขยายตัวได้ถึง 13.3%  

เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนเอง ทีมงานได้ลงไปจี้รายบริษัทที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้วยังไม่เริ่มลงทุนว่า ติดขัดตรงไหน แล้วแก้ปัญหาให้ตรงจุด ส่วนหนึ่งเพราะได้ดึงบุคลากรจากภาคเอกชนมาร่วมทีม เพื่อให้การทำงานคล่องตัวและสามารถเห็นผลได้เร็วขึ้น

ดร.เอกนิติกล่าวถึงสไตล์การทำงานจะใช้ "ที่ปรึกษาจากภาคเอกชน" ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยอุดช่องว่างของระบบราชการ เนื่องจากข้าราชการมักจะรู้ทางและบางครั้งอาจมีการ "ยัดไส้" หรือตั้งเป้าหมายต่ำ ๆ ไว้ก่อน  ทำให้รัฐมนตรีที่มาจากสายการเมืองมักจะถูกข้าราชการหลอกได้ง่าย เนื่องจากไม่รู้ระบบภายใน

ดังนั้น การทำงานในรอบนี้เน้นการผสมผสานระหว่าง "กลไกระบบราชการ" ที่ดร.เอกนิติมีความเชี่ยวชาญ เข้ากับ "ความรวดเร็วของภาคเอกชน" เข้ามาเสริมทีมงานในกระทรวงการคลัง เพื่ออุดช่องว่างของระบบราชการและช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวและเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาของประเทศโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยใช้โจทย์ประเทศเป็นที่ตั้ง

โครงสร้างทีมงานภายใต้การนำทีมของดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาสประกอบด้วย  

  • “พี่บิ๊ก” หรือ นายธนฑิตย์ รักตะบุตร ทำหน้าที่ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ดูแลงานฝั่งทำเนียบรัฐบาล งานด้านสังคม และงาน นอกเหนือจากมิติเศรษฐศาสตร์

นายธนฑิตย์ รักตะบุตร กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

นายธนฑิตย์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ จาก ม.อัมสัมชชัญ เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ประกอบธุรกิจด้านจัดหางาน และเหมาจ้างแรงงาน (Recruitment & Outsourcing Services) นอกจากนี้ยังมีธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง อาทิ นารา ไทย คูซีน, อั้งม้อ, Inka, มาดามแม่ และโคลิมิเต็ด

นายธนฑิตย์ยังเป็น เลขาธิการ สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ภายใต้การเชิญชวนของ “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาทเควันโดแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2560  ซึ่ง “พี่บิ๊ก” มีบทบาทกับเทควันโดมากมาย ในฐานะ “ผู้จัดการทีม” ทั้งศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์, ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม, ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชา รวมทั้งเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่อินโดนีเซีย ซึ่งทุกครั้ง “จอมเตะไทย” ไม่ทำให้ผิดหวัง คว้าเหรียญทอง ได้ตามเป้าหมาย

ส่วนผลงานชิ้นโบว์แดงก็คือร่วมสร้างเหรียญทองประวัติศาสตร์ โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จากผลงานของ “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในรุ่น 49 กก.หญิง

  • ขณะที่งานที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ จะอยู่ภายใต้การดูแลของ “ดร.นะโม” หรือ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี  กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง

ดร.นะโม เคยร่วมงานกันสมัยที่ ดร.เอกนิติ เป็นประธานกรรมการ ธนาคาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ก่อนจะย้ายมาทำงานที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแก่งประเทศไทย(EXIM BANK) ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ

ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี  กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง

ดร. นะโม คือผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน จบปริญญาเอกและปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก

มีความเชี่ยวชาญด้าน เศรษฐศาสตร์มหภาค, นโยบายการคลัง, ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืนทางการเงินให้กับธุรกิจไทย โดยเฉพาะในภาคการส่งออกและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) 

  • สำหรับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคือ “พี่โอม” หรือนายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ จะเป็นศูนย์กลางประสานงานกับสื่อมวลชน

"พี่โอม" เคยช่วยดร.เอกนิติในการทรานส์ฟอร์มที่กรมสรรพากร ด้วยการนำระบบ Digital และ Data Analysis มาใช้ในการจัดเก็บและอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษา และยังร่วมจัดทำโครงการ Quick Win เพื่อปรับเปลี่ยนกรมสรรพสามิตจากกรมจัดเก็บภาษี มาเป็นกรม ESG

นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีทราน (ไทยแลนด์) จำกัด “สตาร์ทอัพ” ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ETRAN Power Station พร้อมเป้าหมายก้าวจากสตาร์ทอัพสู่องค์กรธุรกิจเต็มรูปแบบ เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

  • ส่วนงานที่ปรึกษาและนโยบายเศรษฐกิจ จะมีนักวิชาการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือ ดร.ปอ หรือ ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ

ดร.อธิภัทร ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี (Tax Economist) ที่เก่งที่สุด เคยเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยงาน ดร.เอกนิติ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยปฏิบัติหน้าที่ที่กรมสรรพากรต่อเนื่องมาจนถึงกรมสรรพสามิต เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) โครงการคนละครึ่ง และ โครงการบัญชีการออมการลงทุน ส่วนบุคคลหรือ Thailand Individual Saving Account หรือ TISA

ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

ทั้งนี้ ดร.เอกนิติให้ อิสระในการทำงานแก่ ดร.ปอ อย่างเต็มที่ เพื่อให้คงความเป็นนักวิชาการและรักษาความเป็นกลางไว้ แม้ว่า บางนโยบายที่เน้นมุมมองวิชาการอาจจะมีจุดอ่อนที่ไม่ถูกใจคนจำนวนมากบ้างก็ตาม

 ดร.อธิภัทร เป็นนักเศรษฐศาสตร์ด้านนโยบายการคลังและการพัฒนา เคยเป็น Tax Economist ที่ Congressional Budget Office ประเทศสหรัฐฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง) และปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก Rice University สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ดร.อธิภัทร ได้รับรางวัล Richard Musgrave Prize สำหรับงานวิจัยยอดเยี่ยมที่ตีพิมพ์ใน National Tax Journal ในปี 2558 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมวิจัยที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยในปี 2560