

KEY
POINTS
นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เชื่อว่า การผลักดันให้เศรษฐกิจไทย หรือจีดีพี (GDP) ปี 69 ให้เติบโตได้ถึง 3% ยังมีความเป็นไปได้ หากไม่เกิดวิกฤติทางการเงินเข้ามา และรัฐบาลมีเสถียรภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ซึ่ง ส.อ.ท.พร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่
โดย ส.อ.ท. ประเมินว่าจะมีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ประมาณกลางเดือน มิ.ย.69 แม้ขณะนี้จะมีข้อครหาเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จนส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไปอีก ซึ่งสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็น คือ เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนต่อไป ไม่ใช่คนป่วยแห่งเอเชีย
ทั้งนี้ มองว่าโครงการคนละครึ่งพลัสมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ ซึ่งเห็นได้จากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/68 โตขึ้น 2.5% โดยหนึ่งในปัจจัยหนุนมาจากการใช้จ่ายของประชาชนในโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งมุมของ ส.อ.ท.เห็นด้วยที่รัฐบาลใหม่จะเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสให้เกิดความต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
“ในช่วงรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการช่วยเหลือเรื่องสินเชื่อ SMEs ไปบ้างแล้ว โดยใช้กลไกจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ในการผ่อนคลายและยืดหยุ่นการปล่อยสินเชื่อให้กับ SMEs แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่ง ส.อ.ท.จะติดตามทวงถามแนวทางการให้ความช่วยเหลือ SMEs จากรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป”
นายวิรัช ฉัตรดรงค์ กรรมการ ส.อ.ท. และรองประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ ส.อ.ท. มองว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อเนื่องนั้น ถือเป็นมาตรการที่ดี ส่วนจะเป็นโครงการที่ยั่งยืนหรือไม่ เป็นสิ่งที่ยังต้องพิจารณาต่อไป
แต่สิ่งที่รัฐบาลเน้นย้ำ คือ เรื่องวินัยการเงินการคลัง เพราะปัจจุบันยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 16 ล้านล้านบาท ซึ่งการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องวินัยการเงินการคลัง และการสร้างสมดุลรายรับ-รายจ่าย ถือเป็นแนวทางที่ดี และหากแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ ก็จะช่วยปลดล็อกความต้องการ หรือดีมานด์ (Demanf) ได้อีกมาก
อย่างไรก็ดี มองว่ารัฐบาลควรเร่งเจรจาการค้ากับกลุ่มตลาดต่าง ๆ ทั้งในยุโรป หรือเอเชียใต้เพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นตัวเลือกใหม่ ๆ นอกเหนือจากตลาดสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้