ก.พ.ร. ยกเครื่องระบบราชการ จ่อลดขนาดหน่วยงานส่วนกลางประจำท้องถิ่น

21 ม.ค. 2569 | 07:13 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 07:18 น.

สำนักงาน ก.พ.ร. เตรียมพร้อม ‘ยกเครื่องระบบราชการ’ ปรับโครงสร้างภาครัฐ ลดขนาดหน่วยงานส่วนกลางประจำท้องถิ่น หลังพบกระทรวงต่าง ๆ แห่ตั้งหน่วยงานในส่วนภูมิภาคเพียบ

KEY

POINTS

  • ก.พ.ร. เตรียมปรับปรุงโครงสร้างภาครัฐให้มีขนาดกะทัดรัดและเล็กลง เพื่อแก้ปัญหาหน่วยงานที่ขยายตัวมากเกินไป
  • มีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานส่วนกลางที่ไปตั้งสำนักงานจำนวนมากในส่วนภูมิภาค
  • แนวทางเบื้องต้นคือการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหยุดการขยายตัวของหน่วยงาน ก่อนจะพิจารณาปรับลดขนาดลง

น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าขณะนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างภาครัฐให้มีความเหมาะสม โดยเตรียมปรับขนาดภาครัฐให้มีความกะทัดรัดมากขึ้น เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน โดยเฉพาะในระดับภูมิภาค หลังตรวจสอบข้อมูลพบว่า ปัจจุบันกระทรวงต่าง ๆ ได้ตั้งหน่วยงานในส่วนภูมิภาคจำนวนมาก

“สิ่งที่สำนักงาน ก.พ.ร. ค้นพบในช่วงที่ผ่านมา คือ มองว่าขนาดของหน่วยงานภาครัฐขยายตัวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการที่หน่วยงานส่วนกลาง คือกระทรวงต่าง ๆ ไปตั้งหน่วยงานในส่วนภูมิภาคซ้ำซ้อนไปอีกที ทั้งที่ปัจจุบันมีหน่วยงานภูมิภาคอยู่แล้วที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามีหน่วยงานจากส่วนกลางไปตั้งกระจายอยู่จำนวนมากและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก” น.ส.อ้อนฟ้า ระบุ

น.ส.อ้อนฟ้า กล่าว่วา สำนักงาน ก.พ.ร. กำลังพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างราชการใหม่ โดยจะต้องหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่าจะหยุดกระบวนการนี้ได้อย่างไร ก่อนจะปรับขนาดให้ลดลง ซึ่งที่ผ่านมานายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล ก.พ.ร. ก็กำชับว่า ไม่มีประเทศไหนที่มีหน่วยงานส่วนกลางไปตั้งในภูมิภาคเหมือนประเทศไทย และต้องเร่งแก้ปัญหาทันที

 

น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

 

อย่างไรก็ตามในแนวทางการปรับโครงสร้างระบบราชการควรมีความจำเป็นต้องปรับลดจำนวนข้าราชการประจำลงหรือไม่นั้น เลขาธิการ ก.พ.ร. ยอมรับว่า การลดขนาดของรัฐถือว่าดำเนินการค่อนข้างยาก โดยที่ผ่านมาก็พบข้อจำกัดค่อนข้างมาก ดังนั้นในเบื้องต้นก่อนจะปรับลดขนาดของกำลังคนลง อาจต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น หรืออาจต้องโฟกัสงานที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพดำเนินงานของภาครัฐต่อไป

ฐานเศรษฐกิจ สำรวจข้อมูลสถิติกำลังคนภาครัฐ จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน พบว่า กำลังคนภาครัฐ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีจำนวนรวม 3,004,485 คน โดยเป็นข้าราชการ 1,756,6064 คน คิดเป็นสัดส่วน 58.47% 

รองลงมาเป็นลูกจ้างชั่วคราว 271,917 คน หรือ 9.05% พนักงานจ้าง 223,528 คน พนักงานรัฐวิสาหกิจ 219,014 คน พนักงานราชการ 179,567 คน พนักงานมหาวิทยาลัย 136,859 คน พนักงานกระทรวงสาธารณสุข  121,285 คน ลูกจ้างประจำ 82,111 คน และพนักงานองค์การมหาชน 13,598 คน

โดยข้าราชการ จำนวน 1,756,606 คน นั้น ส่วนใหญ่สังกัดบริหารราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 84.74% และสังกัดบริหารราชการส่วนท้องถิ่น 15.26%

สำหรับประเภทกำลังคนในสังกัดบริหารราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ 1,119,832 คน หรือคิดเป็น 71.57% รองลงมาเป็นลูกจ้างชั่วคราว 245,434 คน พนักงานราชการ จำนวน 159,437 คน และลูกจ้างประจำ จำนวน 39,980 คน 

ส่วนประเภทกำลังคนในสังกัดบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ 268,063 คน รองลงมาเป็นพนักงานจ้าง จำนวน 223,528 คน ลูกจ้างประจำ จำนวน 35,910 คน และลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 17,357 คน