ก.พ.ร. ชงบอร์ด 21 ม.ค.นี้ แก้เทาภาคราชการ ตั้งเป้าคุมทุจริตทุกกรม

19 ม.ค. 2569 | 08:51 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ม.ค. 2569 | 08:52 น.

สำนักงาน ก.พ.ร. เตรียมเสนอบอร์ดใหญ่ 21 ม.ค.นี้ คลอดแผนงานแก้เทาภาคราชการ โปร่งใส ตั้งเป้าหมายทุกกรมต้องหาช่องทางคุมทุจริตในงานของตัวเองที่มีความเสี่ยงให้ได้

KEY

POINTS

  • ก.พ.ร. เตรียมเสนอแผนต่อคณะกรรมการฯ ให้ทุกหน่วยงานระดับกรมดำเนินโครงการ “1 กรม 1 กระบวนการโปร่งใสไม่เทา” เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริต
  • แต่ละกรมต้องวิเคราะห์กระบวนงานบริการที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูง และเสนอแนวทางปรับปรุงแก้ไขเพื่อสร้างความโปร่งใสอย่างน้อย 1 กระบวนงาน
  • แผนดังกล่าวยังรวมถึงการผลักดันรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และปรับปรุงระบบงานอนุญาตโดยรวมเพื่อลดช่องว่างการคอร์รัปชัน

น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 21 มกราคม 2569 นี้ สำนักงาน ก.พ.ร. จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาการจัดทำแนวทางปรับปรุงระบบงานอนุญาตที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยให้หน่วยงานในระดับกรมทุกแห่งทำโครงการ 1 กรม 1 กระบวนการโปร่งใสไม่เทา

“แต่ละหน่วยงานในระดับกรมต้องไปวิเคราะห์ดูว่ากระบวนงานบริการใดของหน่วยงานที่มีความสุ่มเสี่ยงทุจริต ก็ให้ปรับวิธีการ และเสนอแนวทางการแก้ไข โดยตั้งใจจะให้ทุกกรมต้องทำไว้สัก 1 เรื่อง ก่อนเสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการ โดย ก.พ.ร. หวังว่า จะทำให้ทุกกรมเกิดความโปร่งใสอย่างน้อยในเรื่องที่สำคัญกับงานที่ให้บริการประชาชนหนึ่งเรื่องก่อน” น.ส.อ้อนฟ้า กล่าว

สำหรับแนวคิดดังกล่าวที่ผ่านมารองนายกฯ บวรศักดิ์ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินโครงการ โดยดึงหน่วยงานในระดับกรม ของทุก ๆ กระทรวงได้คัดเลือกกระบวนการทำงาน หรืองานที่ให้บริการประชาชนหรือภาคธุรกิจว่ามีงานอะไรที่คิดว่ามีความเสี่ยงจะก่อให้เกิดสีเทา หรือมีความเสี่ยงต่อการทุจริตมากที่สุด จากนั้นจึงเร่งหาแนวทางการป้องกันเอาไว้ก่อนล่วงหน้า 

“ตอนนี้การแก้ปัญหาสีเทาเป็นแคมเปญของทุกพรรคการเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้ว คือ Pain Point ของคนไทยคือเรื่องความไม่ใส หรือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้น กพร. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลระบบราชการ และต้องดูแลตัวระบบราชการไม่เปิดช่องให้เกิดการทุจริต ลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด และให้ระบบราชการมีความรู้ความเข้าใจในระบบการทำงานที่ถูกต้อง” น.ส.อ้อนฟ้า ระบุ

น.ส.อ้อนฟ้า กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาทุจริตส่วนหนึ่ง ก.พ.ร.อยู่ระหว่างการผลักดันเรื่อง Digital Government ตัวอย่างหนึ่งที่ทำคือ Opening Government โดยเปิดให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาตรวจสอบได้ เช่น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อให้เกิดการตรวจสอบกระบวนการทำงานของภาครัฐให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น 

ขณะเดียวกัน รองนายกฯ บวรศักดิ์ ยังมอบหมายให้ ก.พ.ร. หาแนวทางปรับปรุงระบบงานอนุญาตที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยให้ไปหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องว่า ปัจจุบันมีใบอนุญาตใดที่ถูกร้องเรียนสูงสุด 10 อันดับ ก่อนหาทางแก้ปัญหา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาสีเทาแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบธุรกิจด้วย

ทั้งนี้ที่ผ่านมาคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได้เสนอแนวทางการปรับปรุงกระบวนงานให้มีมาตรฐาน โปร่งใส และลดโอกาสทุจริตผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ประกอบด้วย

1. ปรับกระบวนงานบางประเภทจาก “อนุญาต” เป็น “จดแจ้ง” สำหรับงานที่มีความซับซ้อนต่ำและใช้ระบบตรวจสอบภายหลัง (Post Audit) เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว และลดภาระของทั้งภาครัฐและประชาชน

2. ปรับปรุงกระบวนการอนุญาตให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เช่น การกำหนดเวลานัดหมาย การใช้ Checklist ที่ชัดเจน และแนวทางปฏิบัติที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

3. พัฒนาระบบดิจิทัลแบบครบวงจรสำหรับงานอนุญาต ลดการติดต่อแบบพบหน้า ลดระยะเวลา และเพิ่มความโปร่งใสในการติดตามขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่

สำหรับแนวทางการปรับปรุงกระบวนงานนี้ยังสอดคล้องกับ (ร่าง) พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. …. ที่ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว

โดยที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน กรมการปกครอง) กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) และกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการให้มีความชัดเจน และให้รายงานผลการดำเนินการภายใน 3 เดือน เพื่อติดตามอย่างใกล้ชิดและผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม