KEY
POINTS
น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 21 มกราคม 2569 นี้ สำนักงาน ก.พ.ร. จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาการจัดทำแนวทางปรับปรุงระบบงานอนุญาตที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยให้หน่วยงานในระดับกรมทุกแห่งทำโครงการ 1 กรม 1 กระบวนการโปร่งใสไม่เทา
“แต่ละหน่วยงานในระดับกรมต้องไปวิเคราะห์ดูว่ากระบวนงานบริการใดของหน่วยงานที่มีความสุ่มเสี่ยงทุจริต ก็ให้ปรับวิธีการ และเสนอแนวทางการแก้ไข โดยตั้งใจจะให้ทุกกรมต้องทำไว้สัก 1 เรื่อง ก่อนเสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการ โดย ก.พ.ร. หวังว่า จะทำให้ทุกกรมเกิดความโปร่งใสอย่างน้อยในเรื่องที่สำคัญกับงานที่ให้บริการประชาชนหนึ่งเรื่องก่อน” น.ส.อ้อนฟ้า กล่าว
สำหรับแนวคิดดังกล่าวที่ผ่านมารองนายกฯ บวรศักดิ์ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินโครงการ โดยดึงหน่วยงานในระดับกรม ของทุก ๆ กระทรวงได้คัดเลือกกระบวนการทำงาน หรืองานที่ให้บริการประชาชนหรือภาคธุรกิจว่ามีงานอะไรที่คิดว่ามีความเสี่ยงจะก่อให้เกิดสีเทา หรือมีความเสี่ยงต่อการทุจริตมากที่สุด จากนั้นจึงเร่งหาแนวทางการป้องกันเอาไว้ก่อนล่วงหน้า
“ตอนนี้การแก้ปัญหาสีเทาเป็นแคมเปญของทุกพรรคการเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้ว คือ Pain Point ของคนไทยคือเรื่องความไม่ใส หรือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้น กพร. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลระบบราชการ และต้องดูแลตัวระบบราชการไม่เปิดช่องให้เกิดการทุจริต ลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด และให้ระบบราชการมีความรู้ความเข้าใจในระบบการทำงานที่ถูกต้อง” น.ส.อ้อนฟ้า ระบุ
น.ส.อ้อนฟ้า กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาทุจริตส่วนหนึ่ง ก.พ.ร.อยู่ระหว่างการผลักดันเรื่อง Digital Government ตัวอย่างหนึ่งที่ทำคือ Opening Government โดยเปิดให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาตรวจสอบได้ เช่น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อให้เกิดการตรวจสอบกระบวนการทำงานของภาครัฐให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น
ขณะเดียวกัน รองนายกฯ บวรศักดิ์ ยังมอบหมายให้ ก.พ.ร. หาแนวทางปรับปรุงระบบงานอนุญาตที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยให้ไปหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องว่า ปัจจุบันมีใบอนุญาตใดที่ถูกร้องเรียนสูงสุด 10 อันดับ ก่อนหาทางแก้ปัญหา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาสีเทาแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบธุรกิจด้วย
ทั้งนี้ที่ผ่านมาคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได้เสนอแนวทางการปรับปรุงกระบวนงานให้มีมาตรฐาน โปร่งใส และลดโอกาสทุจริตผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ประกอบด้วย
1. ปรับกระบวนงานบางประเภทจาก “อนุญาต” เป็น “จดแจ้ง” สำหรับงานที่มีความซับซ้อนต่ำและใช้ระบบตรวจสอบภายหลัง (Post Audit) เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว และลดภาระของทั้งภาครัฐและประชาชน
2. ปรับปรุงกระบวนการอนุญาตให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เช่น การกำหนดเวลานัดหมาย การใช้ Checklist ที่ชัดเจน และแนวทางปฏิบัติที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
3. พัฒนาระบบดิจิทัลแบบครบวงจรสำหรับงานอนุญาต ลดการติดต่อแบบพบหน้า ลดระยะเวลา และเพิ่มความโปร่งใสในการติดตามขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่
สำหรับแนวทางการปรับปรุงกระบวนงานนี้ยังสอดคล้องกับ (ร่าง) พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. …. ที่ผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว
โดยที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย (กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน กรมการปกครอง) กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) และกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการให้มีความชัดเจน และให้รายงานผลการดำเนินการภายใน 3 เดือน เพื่อติดตามอย่างใกล้ชิดและผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม