KEY
POINTS
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน “กรุงเทพธุรกิจ CEO DAY: LEAD THE SHIFT CEO AWARDS • CEO CONNEXT” ภายใต้หัวข้อ Economic Outlook 2026: Fiscal & Financial Strategies for Economic Revival ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไม่มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นเวลานาน
นายเอกนิติ เปรียบเทียบภาพรวมเศรษฐกิจไทยให้เห็นภาพชัดเจนว่า เหมือนกับ "รถยนต์ที่กำลังติดหล่ม" ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ซึ่งหน้าที่ของตนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา คือการพยายามยกตัวรถให้หลุดออกจากหล่ม เนื่องจาก
นายเอกนิติ กล่าวว่า เราเน้นนโยบายที่ "กระตุ้นสั้นแต่ได้ผลยาว" โดยยกตัวอย่างโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ซึ่งคำว่า "พลัส" ที่เพิ่มเข้าไปนั้น หมายถึงการเพิ่มเรื่อง การพัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill) โดยพบว่าชาวบ้านที่เข้าโครงการพัฒนาทักษะ เช่น พ่อค้าแม่ค้าขายหมูปิ้งหรือลูกชิ้นปิ้ง สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 500-600% เพราะสามารถขยายตลาดจากหน้าปากซอยไปสู่ระดับหมู่บ้านหรือออนไลน์ได้
นายเอกนิติเน้นย้ำว่าหนี้ครัวเรือนคือตัวฉุดรั้งศักยภาพเศรษฐกิจ จึงได้ร่วมกับ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ผลักดันโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" โดยมีแนวทางดังนี้
Social AMC นำหนี้ NPL รายย่อยที่ต่ำกว่า 100,000 บาท เข้าสู่บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) เพื่อทำหน้าที่เป็น AMC เพื่อสังคม
ปรับโครงสร้างหนี้และสร้างวินัย เน้นการลดภาระผ่อนต่อเดือนเพื่อให้ลูกหนี้มี "ลมหายใจ" พร้อมทั้งใส่ความรู้เรื่องวินัยการเงิน เพื่อให้ผู้ที่ปิดหนี้ได้แล้วสามารถกลับมาขอสินเชื่อใหม่เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของจีดีพีให้กลับไปสูงเหมือนในอดีต นายเอกนิติ เสนอให้เร่งการลงทุนในภาคเอกชนที่ปัจจุบันเหลือเพียง 17-18% ของ GDP ผ่านกลไกดังนี้
“การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยต้องทำทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การยกเครื่องยนต์ใหม่ การเพิ่มทักษะให้คนขับ และการปลดล็อกกติกาที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้ประเทศไทยกลับมามีขีดความสามารถในการแข่งขันอีกครั้ง โดยเป็นเรื่องต้องใช้เวลา แต่จำเป็นต้องทำ