รัฐตั้ง 'Data Bureau' ล่าธุรกรรมอำพราง เล็งเก็บภาษีทอง สกัดฟอกเงิน

09 ม.ค. 2569 | 10:17 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ม.ค. 2569 | 10:25 น.

รัฐบาลเร่งเชื่อมข้อมูลการเงิน ตั้ง ‘Data Bureau’ ล่าธุรกรรมอำพราง ปิดช่องโหว่เงินเทา เล็ง เก็บภาษีนำเข้าทองคำ-ภาษีธุรกิจเฉพาะ สกัดฟอกเงิน-บาทผันผวน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลจัดตั้ง "Data Bureau" เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินจากหน่วยงานต่างๆ สำหรับตรวจสอบเส้นทางเงินและสกัดกั้นบัญชีม้า
  • กระทรวงการคลังมีแนวคิดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีนำเข้าทองคำ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์
  • ธปท. เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลแอปพลิเคชันเทรดทองคำที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท), ก.ล.ต., ปปง. และสมาคมธนาคารไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาธุรกรรมอำพราง ซึ่งเป็น Connect the Dot ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

ยกระดับ "Data Bureau" เชื่อมข้อมูลไร้รอยต่อ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุปในการจัดตั้ง Data Bureau เพื่อแก้ปัญหาการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานกำกับดูแล โดยจะใช้เทคโนโลยี Open API เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เช่น ระบบ CFR ของ ITMX, ข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์, ก.ล.ต. และ ปปง. เพื่อให้เห็นภาพรวมของเส้นทางเงินได้ทั้งระบบโดยไม่ต้องตั้งหน่วยงานใหม่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ จะมีการใช้ระบบ Profiling ในการตรวจสอบธุรกรรมตาม 3 แกนหลัก คือ ตัวตน พฤติกรรม และปริมาณเงิน ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ เช่น หากนักศึกษาหรือผู้มีรายได้น้อยมีเงินหมุนเวียนหลักล้านบาทต่อวัน ระบบจะสามารถตรวจจับความผิดปกติได้ทันที เพื่อสกัดกั้นบัญชีม้าและธุรกรรมต้องสงสัย

คลังลุยภาษีธุรกิจเฉพาะ-ภาษีนำเข้าทอง

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมายังมีช่องว่างกำกับดูแลระหว่างธุรกรรมทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ เนื่องจากไทยได้มีการผ่อนเกณฑ์เรื่องการนำเข้าทองคำเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศ แต่หลังจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวด 

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

โดยให้กรมสรรพากร เข้มงวดเรื่องธุรกรรมการซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบจริง  โดยให้เจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์ จะต้องทำบัญชีพิเศษรายงานข้อมูลการซื้อขายทองคำมาให้สรรพากรรับทราบ และระหว่างนี้ กรมสรรพากรจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบร้านทองขนาดใหญ่ที่มีแพลตฟอร์มของตนเองเพื่อตรวจสอบธุรกรรมที่เกิดขึ้นรายวัน จำนวนการเทรด  

นอกจากนี้ สรรพากร อยู่ระหว่างการพิจารณาการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์  แต่เรื่องนี้อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการในฐานะรัฐบาลรักษาการได้หรือไม่

ขณะเดียวกัน ได้ให้กรมศุลกากร ศึกษาเรื่องการเก็บภาษีนำเข้าทองคำ ว่า ควรจะดำเนินการได้หรือไม่ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ก่อนที่จะดำเนินการจริง โดยให้เทียบเคียงกับประเทศอื่นๆ ด้วย  

คุมเข้ม "แอปเทรดทอง" สกัดบาทแข็งค่า 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีแนวทางการควบคุม ธุรกรรมทองคำ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 60,000 ล้านบาทต่อวัน มากกว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

โดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า พบความเชื่อมโยงระหว่างการแข็งค่าของเงินบาทที่ผิดปกติกับการขายดอลลาร์ของผู้ค้าทองคำผ่านแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะแอปฯ ที่ซื้อขายเป็นเงินบาท

ทั้งนี้ การเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนสำหรับทองคำประกอบด้วย

  • ธปท. เตรียมออกประกาศใช้อำนาจตาม พรบ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำกับธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชันที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท
  • กำหนดเพดานการเทรด โดยจะจำกัดวงเงินการซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชันสำหรับบุคคลธรรมดา เบื้องต้นหารือที่ 100-200 ล้านบาทต่อวัน เพื่อลดความผันผวน

ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ธปท. ได้ออกมาตรการอื่นๆ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ได้แก่ 

  1. การนำเงินเข้าประเทศ หากเกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องตรวจสอบเอกสารแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์
  2. ร้านแลกเงิน (Money Changer) จำกัดการรับแลกไม่เกิน 800,000 บาทต่อคนต่อวัน
  3. E-Wallet สั่งการให้ผู้ประกอบการกำหนดวงเงินการใช้งานสูงสุดต่อวันตามโปรไฟล์ความเสี่ยง

สินทรัพย์ดิจิตอลต้องโปร่งใสด้วย "Travel Rule" 

ด้านนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต.เตรียมปิดช่องโหว่การโอนสินทรัพย์ดิจิตอลข้ามพรมแดนและการซื้อขายแบบ P2P โดยจะเริ่มนำแนวทางปฏิบัติ Travel Rule มาใช้ภายในไตรมาส 1 ปี 2569 นี้ เพื่อให้สามารถระบุตัวตนต้นทางและปลายทางของการโอนคริปโตเคอร์เรนซีได้ เช่นเดียวกับการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน