คลัง ตื่นเร่งใช้ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ คุมงานรัฐ หลังเครนถล่มทับรถไฟ

15 ม.ค. 2569 | 05:18 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 07:04 น.

ปมเครนถล่มสีคิ้ว คลังเร่งใช้ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ คุมงานรัฐ คาดแล้วเสร็จปลายม.ค.นี้ ฝั่งบัญชีกลางชี้แบล็กลิสต์เองไม่ได้ หน่วยงานคู่สัญญาต้องชงเรื่องมา

จากกรณี อุบัติเหตุ เครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟ ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนนำมาสู่การตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการลงโทษผู้รับเหมาภาครัฐ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กรมบัญชีกลาง สัดกัดกระทรวงการคลัง พิจารณากฎหมายขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการนั้น

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างเตรียมออกสมุดพกผู้รับเหมา ซึ่งเข้าใจว่ากฎกระทรวงรองรับการจัดทำสมุดพกผู้รับเหมาเรียบร้อยแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องออกประกาศในลำดับรองลงมา ซึ่งกรมบัญชีกลางคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายเดือนม.ค.69  

“สมุดพก จะมีอำนาจ สำหรับผู้ที่ได้รับงานจากภาครัฐไป แล้วเกิดความเสียหาย อุบัติเหตุจากการประมาท ก็จะโดนหักคะแนน ทั้งนี้ จะมีกลไกบังคับให้ไม่สามารถรับงานของภาครัฐได้อีกในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะช่วยเข้ามากำกับการดูแลคู่สัญญาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ขณะที่การขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) นั้น เข้าใจว่าในพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสามารถดำเนินการได้เลย โดยมีเงื่อนไข 5-6 ข้อ หากเข้าหลักเกณฑ์สามารถแบล็คลิสผู้ประกอบการรายนั้นได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการที่จะแบล็คลิสนั้น แม้ว่ากรมบัญชีกลางจะเป็นผู้กำกับกฎหมาย แต่การจะได้มาว่าคู่สัญญาของรัฐต่างๆ ที่ทำกับผู้รับเหมา ในแต่ละสัญญา กรมบัญชีกลางไม่สามารถรับรู้ได้ ว่ามีการละเมิดสัญญาส่วนใด

ทั้งนี้ ขั้นตอนในการดำเนินการ คือ เมื่อหน่วยงานเจ้าของสัญญานั้น ได้บริหารสัญญา และเห็นว่าคู่สัญญาไม่ดำเนินการตามสัญญานั้น จะต้องส่งข้อมูลเหล่านั้นมาให้กรมบัญชีกลาง ซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณาว่าผิดหลักเกณฑ์เงื่อนไข มีการละเมิดสัญญา สมควรถูกแบล็คลิสตามหลักเกณฑ์หรือไม่

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

“ที่ผ่านมาเคยมีการขึ้นแบล็คลิสทุกเดือน ฉะนั้น กลไกส่วนนี้มีอยู่แล้ว แต่ต้องเริ่มต้นจากคู่สัญญาที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหน่วยงานเหล่านั้นจะรู้ดีที่สุดว่าคู่สัญญาเหล่านั้นปฏิบัติตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งกรณีสัญญาที่มีวงเงินไม่สูงมาก ก็มีการขึ้นแบล็คลิสเป็นปกติอยู่แล้ว โดยเป็นเรื่องปกติของการทำงาน”

ด้านนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์กำชับให้กรมบัญชีกลางเร่งหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ซึ่งกรมบัญชีกลางน้อมรับและยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางยังได้เร่งดำเนินการออกกฎกระทรวงรองรับการจัดทำสมุดพกผู้รับเหมา แก้ปัญหาผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่ไม่เคยถูกลดชั้นแม้จะทำงานผิดพลาด เพื่อควบคุมพฤติกรรม โดยเฉพาะผู้รับเหมาที่อยู่ในชั้นพิเศษ ซึ่งขณะนี้ได้ประกาศลงใน ราชกิจจานุเบกษา เรียบร้อยแล้ว

โดยหลังจากนี้ภายในช่วงสิ้นเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือนหน้า กรมบัญชีกลางเตรียมเสนอคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ และคณะกรรมการราคากลาง เพื่อออกระเบียบและหลักเกณฑ์รายละเอียดเกี่ยวกับการ “ตัดคะแนน” และการ “เพิกถอนทะเบียน” ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนบังคับใช้

“กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ จะให้อำนาจในการลดระดับชั้นผู้รับเหมา ตัดคะแนน และระงับการยื่นประมูลงาน โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินหรือเป็นผลเสียต่อรัฐ ซึ่งระบบคะแนนในสมุดพกจะเริ่มใช้กับโครงการใหม่ที่จะยื่นประมูล”

สำหรับสัญญาก่อสร้างที่กำลังดำเนินการอยู่ (Ongoing) หากเกิดเหตุหลังจากระเบียบประกาศใช้ ก็สามารถใช้หลักเกณฑ์ใหม่ในการพิจารณาเพิกถอนทะเบียนได้ทันที หากหน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอเรื่องเข้ามา ส่วนการให้คะแนนจะมีผลกับสัญญาใหม่เท่านั้น

ขณะที่การขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้รับเหมาที่เกิดอุบัติเหตุนั้น ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ปัจจุบันกรมบัญชีกลางมีอำนาจประกาศรายชื่อผู้ทิ้งงานได้ภายใต้เงื่อนไข 6 รายการ แต่ในทางปฏิบัติ กรมบัญชีกลาง ไม่สามารถประกาศแบล็กลิสต์เองได้โดยพลการ ขั้นตอนที่ถูกต้องคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการที่เป็นคู่สัญญาต้องเป็นผู้พิจารณาและเสนอเรื่องมายังกระทรวงการคลัง