thansettakij
จับตาไฟแนนซ์ภูธร เบนเข็ม“เช่าใช้รถ” เลี่ยงกฎหมายธปท.ดึงเข้าระบบ

จับตาไฟแนนซ์ภูธร เบนเข็ม“เช่าใช้รถ” เลี่ยงกฎหมายธปท.ดึงเข้าระบบ

22 ธ.ค. 2568 | 11:33 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ธ.ค. 2568 | 11:33 น.

ธปท. ดีเดย์คุม “เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง”เต็มรูปแบบ มิ.ย. 69 เปิดผู้ประกอบการรายงานตัวถึง 1 มี.ค.69 เกิดกำหนด คาดโทษปรับ ด้านสมาคมเช่าซื้อ จับตาไฟแนนซ์ภูธร ปรับแนวธุรกิจให้เช้าใช้รถแทนเช่าซื้อเลี่ยงเข้าระบบ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้ประกาศหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฯ ภายใต้ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 พ.ศ. 2568 หรือ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่ง 

ทั้งนี้ ธปท.เปิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) ต้อง “รายงานตัว/แสดงตัวตน” ผ่านระบบ ธปท. ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2568-31 มีนาคม 2569 และจะมีผลใช้บังคับเต็มรูปแบบ 1 มิถุนายน 2569 หลังเริ่มมีผลสำหรับสัญญาใหม่ไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568

นางสาวพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้จากกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อพบว่า เบื้องต้น ยอดสินเชื่อเช่าซื้อคงค้างอยู่ที่ 1.56 ล้านล้านบาท มีจำนวนผู้ประกอบการกว่า 3,000 ราย ซึ่งธปท.เปิดให้มารายงานตัวกับธปท.ภายใน 31 มีนาคม 2569 

นางสาวพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย

“ตัวเลขดังกล่าว ในทางปฎิบัติอาจไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงตามที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท จึงขอให้บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด แก้ไขข้อมูลว่า ไม่ได้ดำเนินธุรกิจเช่าซื้อและแจ้งกลับมายังธปท. ซึ่งเป็นหน้าที่ทุกคนต้องรายงานตัวตามกฎหมาย หากไม่รายงานตัวตามกำหนดอาจจะมีโทษปรับ ซึ่งธปท.จะมีหนังสือแจ้งให้มารายงานตัวอีกครั้งภายในเดือนมกราคม ปี2569”

สำหรับผู้ประกอบการกว่า 3,000 รายนั้น ส่วนใหญ่เป็นรายเล็กราว 3,000 ราย ที่เหลือเป็นรายใหญ่ มียอดสินเชื่อคงค้าง 5,000 ล้านบาทขึ้นไปกับรายกลางที่มีขนาดยอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป รวมประมาณ 40 ราย มีขนาดยอดสินเชื่อคงค้างรวม 90% ของยอดคงค้างรวม 1.56 ล้านล้านบาท 

“เกณฑ์ในการกับกำเป็นกรอบเดียวกันตามสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แต่ให้เวลาผู้ประกอบการดำเนินการถึง  1 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมระบบต่างๆ แต่หลังจากได้ข้อมูลจากผู้ประกอบธุรกิจมากขึ้น ธปท.จะพยายามรวบรวมข้อมูลเพื่อจะกำหนดเกณฑ์กำกับเป็นสัดส่วนตามความเสี่ยง เพื่อให้สอดคล้องกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจเดียวกัน”  

หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจเช่าซื้อ ลีสซิ่ง

ด้านภาคธุรกิจผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งระบุว่า สมาคมเช่าซื้อไทยวิเคราะห์ความพร้อมของนอนแบงก์และผลเชิงบวกรวมถึงความท้าทายพบว่า การประกาศและการบังคับใช้พ.ร.ฎ. เช่าซื้อ–ลีสซิ่งปัจจุบัน คงมีเพียงสมาชิกที่เป็นบริษัทใหญ่ๆที่มีระบบหรือส่วนงาน Compliance เท่านั้น ที่น่าที่จะทำหน้าที่วางกรอบการดำเนินภายใต้พ.ร.ฎ.เช่าซื้อและลีสซิ่งของธปท. ได้อย่างถูกต้อง 

สำหรับนอนแบงก์อื่นๆนั้น ยังต้องรอทิศทางการวางกรอบตามแนวปฏิบัติของสมาคม ที่จะดำเนินการผ่านคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งคาดว่า จะพร้อมกันทั้งหมดภายใน 6 เดือน ซึ่งหลักเกณฑ์ส่วนใหญ่ของธปท.จะเริ่มเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 และจะมีผลต่อนอนแบงก์ค่อนข้างมาก เนื่องจากไฟแนนซ์ในต่างจังหวัดเกือบ 80% ยังไม่มีการลงทะเบียนต่อธปท. 

ทั้งนี้ข้อเท็จจริงปัจจุบัน ไฟแนนซ์ต่างจังหวัดเริ่มออกสินเชื่อรูปแบบใหม่ โดยให้มีการใช้ระบบเช่าใช้รถยนต์ แทนเช่าซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบพ.ร.ฎ.เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง ซึ่งถ้ามีจำนวนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในอนาคตอาจจะเสนอธปท. เข้ากำกับธุรกิจเช่าใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งไฟแนนซ์ในต่างจังหวัด อาจสูญหายหรือเลิกประกอบธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อไปไม่ต่ำกว่า 50% 

ส่วนแนวโน้มอุตสาหกรรมและตลาดรถยนต์นั้น สมาคมเช่าซื้อฯประเมินว่า ในปี 2569 ตลาดรถยนต์ยังคงมีแรงพยุงจาก EV และ hybrid รุ่นใหม่ และมาตรการภาครัฐบางส่วน เช่น โครงการค้ำประกันรถกระบะ ซึ่งอาจช่วยให้ยอดขาย “ไม่ดิ่ง” และค่อยๆ กระเตื้องในบางเซ็กเมนต์ และคาดว่า เศรษฐกิจจะถึงรอบฟื้นตัวในช่วงปลายปี 2569 และ หลังจาก 2 ปีถัดไป หรือปี 2572 จะเป็นตลาดขาขึ้นแบบสมบูรณ์ต่อไป  

ด้านนางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)หรือ เคทีซีกล่าวว่า  เกณฑ์ใหม่ของแบงค์ชาติที่เพิ่งประกาศมาไม่น่าจะมีผลกระทบต่อ“เคทีซี พี่เบิ้ม” เนื่องจากผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ “พี่เบิ้ม” ปล่อยนั้นเป็นสินเชื่อจำนำทะเบียนภายใต้การกำกับของ ธปท. ที่อัตราดอกเบี้ย 24% 

เคทีซีไม่ได้ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ หรือลีสซิ่งมาพักใหญ่แล้ว 

นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ในปี 2569 ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลตั้งเป้าเติบโต 2% จากพอร์ตสินเชื่อรวมกว่า 30,000 ล้านบาท โดยเป็นพอร์ตของ "พี่เบิ้ม" ประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท สำหรับเป้าหมายของ "พี่เบิ้ม" ในปีหน้าคือ 2,400 ล้านบาท 

ด้านนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator)กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เชื่อว่า ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้และมีแผนรองรับไว้อยู่แล้ว เพราะสถาบันการเงินโดยปกติมีอัตราการเก็บดอกเบี้ยที่ไม่เกินตามเกณฑ์ที่กำหนดอยู่แล้วเช่นเดียวกันกับกลุ่มไฟแนนซ์

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด

การปรับลดเพดานดอกเบี้ยลงไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่ครั้งแรก ส่วนผลกระทบจะมากน้อยแค่ไหนก็ต้องไปดูรายตัวว่าแต่ละบริษัทมีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อประเภทดังกล่าวมากน้อยแค่ไหน

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,159 วันที่ 21 - 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568