บางจาก จับมืออังกฤษ จ่อลงทุนไฮโดรเจน เดินหน้า Net Zero 2050

27 ส.ค. 2564 เวลา 10:26 น. 501

บางจาก พุ่งเป้า Net Zero 2050 จับมือ อังกฤษ ลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับไฮโดรเจน พร้อมเตรียมปรับพอร์ตโรงกลั่นน้ำมัน 30% ของผลิตภัณฑ์โรงกลั่นจะไม่ใช่น้ำมัน โดยพุ่งเป้าภายใน 7-8 ปี จะเพิ่มกำไรก่อนจะหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยโตได้ 2-3 เท่า ขณะที่การปล่อยคาร์บอนจะเป็นศูนย์

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา ทิศทางพลังงานไทย จะไปสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างไร ของ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บางจากมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป้นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งขณะนี้ การบริหารธุรกิจทั้งหมดได้มุ่งหน้าสู่เป้าหมายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินงานสู่ CARBON NEUTRAL นั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่ง เป็นเรื่องของกระบวนการผลิต ว่าจะปล่อยมลพิษ (emission) เท่าไร ส่วนที่สอง ส่วนของโรงงาน โรงกลั่น ปล่อย emission เท่าไร และส่วนที่สาม คือ ผู้ที่นำไปใช้ปล่อย emission อย่างไร 

เป้าหมายของบางจาก คือ ในอนาคต 30% ของโรงกลั่นที่ออกมา จะไม่ใช่น้ำมัน นั่นคือ แนวทางการควบคุมการปล่อย emission ที่เป็นมลพิษสู่โลก โดยหากสามารถควบคุมตรงนี้ได้ พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนต่างๆ ทั้งโรงกลั่น และกระบวนการผลิต ก็จะทำให้สามารถลดการปล่อย Emission ได้ในที่สุด 

ที่ผ่านมา บางจากได้ควบคุมและปรับเปลี่ยนส่วนต่างๆ อาทิ สถานีเติมน้ำมัน มีการทำหลังคาโซล่าเซลล์ การเปลี่ยนใช้หลอดไฟแอลอีดี การใช้หลังคาเป้นส่วนของการกักเก็บน้ำแล้วน้ำมาใช้ในการลดต้นไม้ เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเป็นแบบอินเวอร์เตอร์ และขณะนี้เริ่มติดตั้ง อีวีชาร์จเจอร์ในปั้มต่างๆ โดยสิ้นปีคาดว่าจะติดตั้งได้ 150 ปั้ม คิดเป็นประมาณ 20-30% ของปั้มน้ำมันบางจาก 

ส่วนของการลงทุน ล่าสุด บางจากได้ร่วมเจรจากับทางอังกฤษ ในการลงทุนด้านไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นอีกส่วนหนึ่งของการลงทุนในพลังงานสะอาด นอกเหนือจากที่ลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การลงทุนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไบโอเบส (Bio-Based) ผ่านบมจ.บีบีจีไอ (BBGI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบางจาก การลงทุน กรีนเพาเวอร์แพลน ซึ่งวันนี้ เคลมได้ว่า บางจากเป็นบริษัทแรกที่ผลิตอิเลคตรอนสีเขียวทั้งหมด 
 

ก่อนหน้านี้ บางจากยังจับมือกับพันธมิตรรวม 11 องค์กรก่อตั้ง Carbon Markets Club ครั้งแรกในไทย เพื่อส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอน ลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนาการซื้อขายไปสู่แพลทฟอร์มระบบดิจิทัล เพื่อความรวดเร็วและทันสมัย รองรับตั้งแต่การทำ e-registration กับหน่วยงานผู้ขึ้นทะเบียนและให้การรับรอง ไปจนถึงการทำ e-carbon trading โดยนำ blockchain มาใช้ในการซื้อขายสู่การทำธุรกรรมทางการเงินแบบกระจายศูนย์ โดยการซื้อขายคาร์บอน ถือเป็นกลไกสำคัญ ที่จะช่วยตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสีเขียวหรือพลังงานสะอาด 

แท็กที่เกี่ยวข้อง