
ตลาดเช่าภูเก็ตบูม เชิงทะเล–บางเทา รับดีมานด์ต่างชาติ ยีลด์พุ่ง 8-12%
“เชิงทะเล-บางเทา” จังหวัดภูเก็ต ก้าวสู่ทำเลอยู่อาศัยระยะยาว (Long-term Living Destination) รับกระแสชาวต่างชาติ กลุ่มรีโลเคชัน และผู้ทำงานทางไกล หนุนตลาดเช่าคึกคัก ดันผลตอบแทนปล่อยเช่าสูงถึง 8-12% ต่อปี
KEY
POINTS
- ทำเลเชิงทะเล-บางเทาในภูเก็ตกลายเป็นศูนย์กลางการอยู่อาศัยระยะยาว ดึงดูดดีมานด์จากชาวต่างชาติ กลุ่มคนทำงานทางไกล และผู้ที่ย้ายถิ่นฐาน
- ตลาดเช่าในพื้นที่เติบโตโดดเด่น สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้สูงถึง 8-12% ต่อปี
- ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร เช่น โรงเรียนนานาชาติ แหล่งไลฟ์สไตล์ และการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
- ห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน และห้องพักที่รองรับการเลี้ยงสัตว์ (Pet Friendly) เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มผู้เช่า
พื้นที่ “เชิงทะเล-บางเทา” จังหวัดภูเก็ต กำลังเป็นอีกหนึ่งในทำเลที่อยู่อาศัยระยะยาว (Long-term Living Destination) ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากจุดแข็งด้านทำเลที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ในพื้นที่เดียว ส่งผลให้ตลาดเช่าในพื้นที่เติบโตอย่างโดดเด่น พร้อมดึงดูดทั้งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน
นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ ภาคใต้ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่เชิงทะเลไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่กำลังพัฒนาเป็นชุมชนสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาว รองรับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัย (Relocation) กลุ่มผู้ทำงานทางไกล (Remote Worker) ตลอดจนชาวต่างชาติที่มองหาบ้านหลังที่สองในประเทศไทย
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของพื้นที่ดังกล่าว มาจากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ ร้านอาหาร คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์มอลล์ ตลอดจนการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างลากูน่า หาดบางเทา โบ๊ท อเวนิว และปอร์โต เดอ ภูเก็ต ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการทำงานในระยะยาว
ข้อมูลจากการบริหารจัดการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในพื้นที่เชิงทะเล พบว่า ตลาดยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ “เดอะ เบส เชิงทะเล” ภายใต้แบรนด์แสนสิริ ซึ่งบริษัทเป็นผู้บริหารจัดการ สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้ประมาณ 8-12% ต่อปี
ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนสำคัญไม่ได้มาจากทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพของโครงการและการบริหารสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เช่าในปัจจุบัน
สำหรับรูปแบบห้องพักที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน ซึ่งตอบโจทย์ทั้งชาวต่างชาติ คู่รัก ผู้ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ และกลุ่ม Remote Worker ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตที่คล่องตัว ขณะเดียวกัน ห้องพักที่รองรับการเลี้ยงสัตว์ (Pet Friendly) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ ระดับราคาของโครงการยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน เนื่องจากเป็นคอนโดมิเนียมคุณภาพในทำเลศักยภาพที่มีระดับราคาสามารถเข้าถึงได้ เมื่อเทียบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มองว่า ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลและคุณภาพของโครงการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การกำหนดกลยุทธ์ปล่อยเช่า การตั้งราคา การทำการตลาด การคัดเลือกผู้เช่า ตลอดจนการบริหารสัญญา เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และลดระยะเวลาห้องว่าง
บริษัทได้นำความเชี่ยวชาญด้าน Brokerage เข้ามาสนับสนุนการบริหารสินทรัพย์ พร้อมทั้งมีทีมงานที่ดูแลลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงบริการ Plus Concierge ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทั้งเจ้าของทรัพย์สินและผู้พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานการย้ายเข้า-ออก การดูแลสาธารณูปโภค และการบริหารจัดการทรัพย์สินในช่วงที่เจ้าของไม่ได้เข้าพัก
ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์กว่า 440 โครงการทั่วประเทศ ครอบคลุมผู้อยู่อาศัยมากกว่า 100,000 ครอบครัว และมีการพัฒนาบุคลากรผ่านสถาบัน Plus Eduplex เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
นางสาวสมสกุล กล่าวว่า การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อย่างมืออาชีพจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของสินทรัพย์ รักษาและต่อยอดมูลค่าในระยะยาว พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ต ท่ามกลางแนวโน้มที่พื้นที่เชิงทะเล-บางเทาจะกลายเป็นศูนย์กลางการอยู่อาศัยระยะยาวแห่งใหม่ของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้






