บอร์ด "ปตท." เคาะแผนปรับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้า

23 ส.ค. 2563 เวลา 2:00 น. 4

บอร์ด "ปตท." อนุมัติการปรับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ "GPSC"

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ได้อนุมัติการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในธุรกิจไฟฟ้าของ ปตท. ประกอบด้วย ปตท.ซื้อหุ้นสามัญบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) ที่บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) ถืออยู่ทั้งหมด GPSC และ TOP เป็นบริษัทย่อยของ ปตท. และการโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทไทยออยล์เพาเวอร์ จำกัด (TP) ให้แก่ TOP (TP เป็นบริษัทย่อยของ ปตท. และ TOP: ปตท.ถือหุ้น TP ในสัดส่วน26% ของทุนจดทะเบียน และ TOP ถือหุ้น TP ในสัดส่วน 74% ของทุนจดทะเบียน)

สำหรับรายละเอียดการอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างดังกล่าว ได้แก่ 1.ปตท.ซื้อหุ้นสามัญ GPSC จาก TOP ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท.อนุมัติให้ ปตท.เข้าซื้อหุ้นสามัญ GPSC ที่ TOP ถือหุ้นทั้งหมดจำนวน 251,173,540 หุ้น มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8.91% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GPSC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,882 ล้านบาท ซึ่งราคาซื้อขายดังกล่าวอาจมีการปรับลดลงได้เป็นจำนวนเท่ากับเงินปันผลจ่ายต่อหุ้น หาก GPSC มีการจ่ายเงินปันผลก่อนการดำเนินการโอนหุ้น

ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ของ TOP โดย ปตท.คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาดังกล่าวได้ภายในปี 2563 เมื่อเงื่อนไขบังคับต่างๆ ตามที่จะระบุไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้นสำเร็จครบถ้วนแล้ว ปตท.จึงจะเข้าทำธุรกรรมการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว

บอร์ด "ปตท." เคาะแผนปรับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้า

,2.การโอนกิจการทั้งหมดของ TP ให้แก่ TOP โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท.อนุมัติในหลักการการโอนกิจการทั้งหมดของ TP ให้กับ TOP โดยมูลค่ากิจการทั้งของ TP ประมาณ 26,773 ล้านบาท ซึ่งอาจมีการปรับราคาตามราคาตลาด ณ วันโอนกิจการทั้งหมด ที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระและปรับลดลงเป็นจำนวนเท่ากับเงินปันผลจ่ายหาก TP มีการจ่ายเงินปันผลก่อนการโอนกิจการทั้งหมด ซึ่งการโอนกิจการทั้งหมดของ TP เป็นการโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่และภาระผูกพันทั้งหมดของ TP ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่โอนกิจการทั้งหมด

รวมถึงสัญญาและใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ และภายหลังการโอนกิจการทั้งหมดของ TP ให้แก่ TOP แล้ว TP จะยุติการประกอบธุรกิจ และจะดำเนินการเลิกบริษัท รวมทั้งเริ่มการชำระบัญชีภายในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการโอนกิจการทั้งหมด และเมื่อชำระบัญชีแล้วเสร็จ TP จะดำเนินการแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของ TP คืนให้แก่ TOP และ ปตท.ในฐานะผู้ถือหุ้น (ธุรกรรมการโอนกิจการทั้งหมด) โดยธุรกรรมการโอนกิจการทั้งหมดดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ของ TOP

“TOP และ TP อยู่ระหว่างเจรจาและจัดทำสัญญาโอนกิจการทั้งหมด โดย TP คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาดังกล่าวได้ภายในปี 2563”

นายอรรถพล กล่าวต่อไปอีกว่า ธุรกรรมการปรับโครงสร้างจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ GPSC และเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของ ปตท.ใน GPSC เพื่อให้สอดคล้องกับการถือหุ้นของ ปตท.ในบริษัท Flagship ในธุรกิจอื่น โดยปัจจุบัน ปตท.ถือหุ้น GPSC ในสัดส่วน 22.81% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดย TOP ถือหุ้น GPSC ในสัดส่วน 8.91% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

และ TP ถือหุ้น GPSC ในสัดส่วน 20.78% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยภายหลังธุรกรรมการปรับโครงสร้าง ปตท.จะถือหุ้น GPSC ในสัดส่วน 31.72% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วหมด และ TOP จะถือหุ้น GPSC ในสัดส่วน 20.78% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ซึ่งธุรกรรมการเข้าซื้อหุ้นสามัญ GPSC ของ ปตท.จะทำให้ ปตท.มีสัดส่วนการถือหุ้นใน GPSC เกินกว่า 25%

อย่างไรก็ดี ปตท.มีหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ GPSC แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื่องจากการได้มาของหุ้น GPSC ดังกล่าว ปตท.และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ได้แก่ TOP และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใน GPSC ที่ 75.23% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยจะไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการของ ปตท.ใน GPSC

“ปตท.จึงได้ดำเนินการขอผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดดังกล่าวกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว โดย ปตท.ได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน ก.ล.ต.เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563ที่ผ่านมา”