thansettakij
thansettakij
ผู้ใช้ขานรับลดค่าไฟ 30-50%  ยกนิ้วรัฐช่วยเป็นรูปธรรม

ผู้ใช้ขานรับลดค่าไฟ 30-50% ยกนิ้วรัฐช่วยเป็นรูปธรรม

23 เม.ย. 63 | 02:30 น.
อัปเดตล่าสุด :23 เม.ย. 63 | 10:37 น.

ผู้ใช้ประสานเสียงขานรับนโยบายใช้ไฟฟ้าฟรี และส่วนลดค่าไฟฟ้า 30-50% ของกระทรวงพลังงาน ยกนิ้วช่วยอย่างเป็นรูปธรรมยาม Work From Home ช่วยรัฐหยุดเชื้อเพื่อชาติ ชี้ช่วยลดภาระได้จริงมากกว่าลดค่าไฟแค่ 3% ก่อนหน้านี้

กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการเพิ่มมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้าให้ผู้ใช้ประเภทครัวเรือนที่สนองนโยบายรัฐอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ โดยแบ่ง 2 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้ใช้ไฟฟรี จะขยายปริมาณการใช้ไฟฟ้าให้จาก 90 หน่วย เป็น 150 หน่วย สำหรับผู้ติดตั้งมิเตอร์ไฟขนาด 5 แอมป์ กลุ่ม 2 ลดภาระค่าไฟครัวเรือนโดยยึดหน่วยการใช้ไฟเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ก่อนเกิดไวรัสโควิด-19 ระบาดเป็นเกณฑ์ หากใช้ไฟไม่เกิน 800 หน่วยจ่ายเท่าเดิมเท่ากับเดือนกุมภาพันธ์ แต่หากเกิน 800 หน่วยได้รับส่วนลด 50% ของหน่วยไฟฟ้าที่เกิน และถ้าใช้มากเกิน 3,000 หน่วย มีส่วนลดให้ 30% ของหน่วยไฟฟ้าที่เกิน มาตรการดังกล่าวจะมีผลในรอบบิลของเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563

 

มาตรการดังกล่าวถือว่าค่อนข้างเป็นที่พอใจของผู้ใช้ไฟฟ้าที่ต้องทำงานอยู่บ้าน (Work From Home) ในช่วงโควิด-19 เพื่อสนองตอบนโยบายของรัฐบาล เพราะเป็นการช่วยเหลือที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่ามาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้อย่างการลดค่าไฟให้ 3% จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

ผู้ใช้ขานรับลดค่าไฟ 30-50%  ยกนิ้วรัฐช่วยเป็นรูปธรรม

นายวรุต หนูเผือก พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการทำงานที่บ้าน กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นโยบายนี้ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์ของผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับบ้านในช่วงเวลานี้ ซึ่งต้องมีภาระรายจ่ายเรื่องค่าไฟที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเมื่อเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19 และประชาชนเองต่างก็พร้อมใจสนองตอบนโยบาย รัฐบาลก็ควรที่จะต้องมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้

ทั้งนี้ในความเห็นส่วนตัว มาตรการดังกล่าวถือว่าเป็นการช่วยควบคุมปริมาณการใช้ไฟของบ้านไม่ให้ฟุ่มเฟือยจนเกินไป เพื่อให้สามารถยังคงอยู่ในกรอบการใช้ไฟไม่เกิน 800 หน่วยต่อเดือน ซึ่งจะทำให้จ่ายเท่ากับรอบบิลของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือหากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เกิน 800 หน่วยต่อเดือนจริง ก็ยังมีส่วนลด 50% เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในการจ่ายให้

 

 “ยอมรับว่ามาตรการที่ออกมาในระยะแรกกับการช่วยลดค่าไฟลง 3% นั้น เป็นมาตรการที่ไม่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระ หรือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพราะบิลค่าไฟที่ออกมาเป็นหลักฐานที่ชัดเจนจากส่วนลดที่ปรากฏ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่ไม่ช่วยอะไรเลย”

 

สอดรับกับความคิดเห็นของนางหัทยา มณฑา พนักงานบริษัทเอกชน ที่ให้ความเห็นว่า มาตรการนี้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือที่เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่ามาตรการก่อนหน้านี้ที่เป็นการให้ส่วนลดค่าไฟเพียง 3% ต่อเดือนที่แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย โดยทุกวันนี้ตนต้องอยู่บ้านทำงาน มีการชาร์ตแบตคอมพิวเตอร์ และเปิดใช้งานไว-ไฟตลอดทั้งวัน ทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก จากเดิมที่ไม่ต้องชาร์ตไฟคอมพิวเตอร์ตลอด และจะเปิดไว-ไฟใช้หลังจากที่กลับมาถึงบ้านหลังเลิกงานเท่านั้น

อย่างไรก็ดี การที่มีกรอบชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้ไฟตามหน่วยถือว่าเป็นเรื่องสมควร เพราะจะช่วยให้ผู้ใช้มีการควบคุมปริมาณการใช้ไฟไม่ให้มากจนเกินไป หรือหากต้องใช้ไฟเกินหน่วยที่กำหนดก็ยังมีส่วนลดเข้ามาช่วยเหลือ เป็นเงื่อนไขที่ยอมรับได้ เพราะหากจะให้มีนโยบายใช้ไฟฟรีคงจะเป็นไปไม่ได้ และเห็นว่าคงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก แม้ว่าจะเป็นนโยบายที่ต้องการก็ตาม


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 8 ปีที่ 40  ฉบับที่ 3,568 วันที่ 23 - 25 เมษายน พ.ศ. 2563

ผู้ใช้ขานรับลดค่าไฟ 30-50%  ยกนิ้วรัฐช่วยเป็นรูปธรรม