
ห่วงลูกจ้างรายวันแนะรัฐรีบอุ้มแบบมีเงื่อนไข
คสรท.ร้อง รัฐต้องรีบอุ้มลูกจ้างรายวันก่อน อย่ารอให้แห่กลับภูมิลำเนาเพิ่ม ปล่อยไว้รัฐบาลจะควบคุมโรคระบาดลำบากขึ้น ลั่นต้องรีบช่วยแบบมีเงื่อนไข เพื่อสกัดออกนอกพื้นที่เสี่ยง
นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าก่อนที่รัฐบาลจะประกาศเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับแรงงานทั้งระบบควรจะเรียกหารือทุกฝ่ายก่อน ทั้งซีกนายจ้าง และซีกลูกจ้าง เพราะจากนี้ไปเชื่อว่าแรงงานในภาคบริการที่เป็นลูกจ้างกินค่าจ้างรายวันจะได้รับผลกระทบหนักสุด หลังจากประกาศปิดห้างสรรพสินค้าและให้เปิดร้านอาหารเฉพาะที่ขายเพื่อนำกลับไปรับประทานที่บ้านแบบ Take away ถ้ารวมลูกจ้างกลุ่มนี้ทั้งหมดคาดว่ามีจำนวนมากกว่า4-5แสนคนขึ้นไปที่กระจุกตัวอยู่ในภาคบริการ(ยังไม่รวมแรงงานนอกระบบอีกจำนวนมาก)
“อย่าลืมว่าพอประกาศปิดห้าง ลูกจ้างรายวันจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร มีทั้งภาระค่าเช่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าไม่ได้คัดค้านมาตรการรัฐแต่ถ้านำทุกภาคส่วนมาหารือร่วมกันจะช่วยทำให้มาตรการต่างๆดีขึ้น เพราะเวลานี้แรงงานจำนวนมากกลับภูมิลำเนาเพราะไม่มีงานทำ กลับไปบ้านอย่างน้อยก็มีข้าวให้กิน แต่รัฐบาลจะควบคุมการแพร่ระบาดยากขึ้น”
ดังนั้นถ้ารัฐบาลไม่รีบลงมาเยียวยาจะมีแรงงานในกลุ่มลูกจ้างรายวันแห่กลับบ้านเพิ่มขึ้น และข้อเสนอแนะที่ควรรับไว้พิจารณาคือ 1.รัฐบาลจะต้องนำเงินจำนวนหนึ่งออกมาเพื่อช่วยลูกจ้างรายวัน แบบมีเงื่อนไข โดยให้ลูกจ้างกลุ่มนี้มาขึ้นทะเบียนรัฐบาลจ่าย 70%ของค่าจ้างรายวัน จ่ายตามระยะเวลาที่รัฐบาลประกาศปิดห้างโดยกำหนดเป็นเงื่อนไขว่าห้ามกลับภูมิลำเนา ตรงนี้ถ้าสามารถทำได้จะเกิดประโยชน์ 2 ทางคือ 1.ลูกจ้างรายวันจะมีรายได้ต่อเนื่องในการดำรงชีพ 2.ภาครัฐจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น
“ถ้าไม่รีบดำเนินการ เชื่อว่าก็จะมีลูกจ้างรายวันกลับภูมิลำเนาเพิ่มขึ้นอีก ถึงตอนนั้นการแก้ปัญหาจะยากขึ้น”








