thansettakij
thansettakij
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหั่นจีดีพีปี 63 เหลือ 0.5% จาก 2.7%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหั่นจีดีพีปี 63 เหลือ 0.5% จาก 2.7%

05 มี.ค. 63 | 04:48 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดประมาณการจีดีพีปี 2563 มาอยู่ที่ 0.5% จากเดิมคาดไว้ที่ 2.7% จับตาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาฉุดรายได้ท่องเที่ยว 4 แสนล้านบาท ห่วงร้านค้าปิดกิจการแรงงานขาดรายได้และตกงานวางมาตรการภาครัฐหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจไตรมาส 4


​​​ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหั่นจีดีพีปี 63 เหลือ 0.5% จาก 2.7% ​​​​​​​

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจัดแถลงข่าวในหัวข้อ "โควิด-19ฉุด เศรษฐกิจปี 2563" โดยนางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยและนางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ร่วมแถลงเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563
 

นางณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล"กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง 2เดือนที่ผ่านมาภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งจากต่างประเทศและในประเทศสะท้อนตัวเลขทั้งจากต่างประเทศและในประเทศสะท้อนเครื่องชี้เศรษฐกิจไม่ดีนัก โดยเฉพาะในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจของจีน และผลกระทบต่อประชาชนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)จึงเป็นการยากต่อการประเมินเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าซึ่งยังมีโควิกเป็นตัวแปรสำคัญ
     

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2563เหลือ0.5%ซึ่งลดลงจากเดิมที่ 2.7%ภายใต้ 3 เงื่อนไขได้แก่ 1.การแพร่ระบาดของโควิด-19ในจีนที่เริ่มลดลงเมื่อคนกลับไปใช้ชีวิตปกติแล้วจะไม่กลับมาแพร่ระบาดอีก2.การแพร่ระบาดของโควิด-19นอกประเทศจีนจะลดลงต่ำสุดในไตรมาส2และ3.สถานการณ์ในประเทศไทยจะไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจำนวน10-20รายหลังจากนี้
 

"ภายใต้ 3 เงื่อนไขดังกล่าวและภาพรวมของเศรษฐกิจในปีนี้ยังมีความกังวลกับการแพร่ระบาดของโควิด-19ทั้งผลกระทบจากในและภายนอกจีนรวมถึงเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยด้วยจึงปรับลดประมาณการจีดีพีลงตามเหตุการณ์โดยครึ่งปีหลังตั้งแต่ไตรมาส 3 คาดว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆดีขึ้นและเริ่มเห็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติในไตรมาสที่ 4 โดยมีมาตรการทางการเงินที่จะออกมาเพิ่มและมาตรการประคองเศรษฐกิจของภาคการคลัง"
         

ส่วนผลกระทบจากโควิด-19สำหรับภาคการท่องเที่ยวนั้นคาดว่าจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวหายไป 8 ล้านรายซึ่งส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวหายไปประมาณ4แสน ล้านบาทหรือประมาณ 2.4% ของจีดีพีรวมถึงผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อภาคการส่งออกและการนำเข้า อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้ออกมาตรการช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพื่อแบ่งเบาภาระกับผู้ประกอบการและลูกจ้างซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง  ขณะที่บางแห่งต้องปิดกิจการทำให้ลูกจ้างไม่มีรายได้ และล่าสุดกระทรวงการคลังจะมีมาตรการช่วยเหลือในวงเงิน1แสน ล้านบาท
     

 ด้าน นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ระบุว่า ในส่วนของภาคการเงินนั้นเริ่มเห็นธนาคารกลางแต่ละประเทศทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงทั้งธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50%ขณะที่ตลาดยังประเมินว่ามีโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.50%ในระยะข้างหน้าซึ่งสะท้อนธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งจากภาพรวมที่สะท้อนถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยจึงมีน้ำหนักที่จะสนับสนุนคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง)ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เป็นอย่างน้อยในการประชุมวันที่ 25 มีนาคม 2563
   

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในปีนี้โจทย์หลักของธนาคารพาณิชย์เน้นการช่วยลูกค้าปรับปรุงโครงสร้างหนี้และนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะทำให้ภาคธนาคารได้รับผลกระทบในแง่ของรายได้และคุณภาพสินทรัพย์ โดยประเมิน ในแง่ความต้องการสินเชื่อทั้งปีอยู่ที่ 1%จากเดิมที่ประเมินไว้ 3% โดยความต้องการสินเชื่อรายใหญ่และรายย่อยน่าจะลดลงต่ำกว่าปีที่ผ่านมาและหนี้เสียกลุ่มธนาคารยังไหลเพิ่มคาดว่า น่าจะแตะ 3.1 ถึง 3.2%ในไตรมาสแรกของปีนี้