
ชาวไร่อ้อย-รง.น้ำตาลผวา แล้งนี้สูญรายได้กว่า 1 แสนล.
ภัยแล้งพ่นพิษ สูญแน่กว่า 1 แสนล้านในระบบอ้อยและน้ำตาล ห่วงผลกระทบลากยาวถึงปี 2563/2564 ที่ผลผลิตอ้อยเหลือไม่ถึง70 ล้านตันอ้อย
นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ปีฤดูการผลิต2562/2563 ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2563 นี้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลจะสูญรายเด้เข้าระบบไปกว่า 1 แสนล้านบาท จากที่ปกติอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลจะมีรายได้ต่อปีรวมราว 220,000 ล้านบาท รายได้ดังกล่าวแยก เฉพาะซีกชาวไร่อ้อยที่อยู่ในระบบแบ่งปันผลประโยชน์ชาวไร่อ้อยสัดส่วน 70% และโรงงานน้ำตาลสัดส่วน 30% จะมีรายได้หายไปจากระบบกว่า 50,000 ล้านบาท หลังจากที่ปริมาณอ้อยหายไปราว 50 ล้านตันอ้อย อันเนื่องจากปัญหาภัยแล้งที่ปีนี้วิกฤตหนัก ทำให้ฤดูการผลิตปี 2562/2563 จะมีผลผลิตอ้อยเพียง 75-78 ล้านตันอ้อย เปรียบเทียบกับฤดูการผลิตปี2561/2562 มีปริมาณอ้อย 130 ล้านตันอ้อย โดยปริมาณอ้อยจะหายไปจากระบบมากถึง 50 ล้านตันอ้อย ผลกระทบดังกล่าวยังไม่นับรวมถึงผลกระทบที่เกิดจากซีกโรงงานน้ำตาล
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกล่าวอีกว่า ในแง่โรงงานน้ำตาลที่มีสัดส่วนแบ่งปันผลประโยชน์ที่ 30% จะได้รับผลกระทบในแง่รายได้ที่เข้ามาลดลง รวมถึงรายได้ที่เกิดจากห่วงโซ่อุปทานจากโรงงานลดลงไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้า หรือรายได้จากกากน้ำตาล ซึ่งในปีนี้มีการปิดหีบอ้อยเร็วกว่าทุกปีด้วย เนื่องจากผลผลิตลดลงไปมาก โดยคาดว่าโรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่จะปิดหีบได้ก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่จะมีน้อยรายที่ปิดหีบได้ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2563
อย่างไรก็ตามปัญหาภัยแล้งจะส่งผลต่อเนื่องถึงปี 2563/2564 ที่จะทำให้เหลือปริมาณอ้อยที่ 60-65 ล้านตันอ้อย หรือเหลือไม่ถึง 70 ล้านตันอ้อย เนื่องจากอ้อยข้ามแล้งต้องปลูกตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2562 แต่ไม่สามารถปลูกได้เพราะภัยแล้ง อีกทั้งปัญหาอ้อยต้อก็ไม่สามารถบำรุงได้ ซึ่งขณะนี้รอความหวังอ้อยต้นฝนในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ ว่าจะมีฝนตกหรือไม่ในพื้นที่ภาคกลาง
“เวลานี้มองว่าสิ่งที่เป็นปัญหาราคาน้ำตาลลอยตัวที่เริ่มตั้งแต่ 15 มกราคม2561 ทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื่องมา ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจมากขึ้น ควรมีการทบทวนบางมาตรการที่ทำไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น การกำหนดปริมาณน้ำตาลขายในประเทศ เป็นต้น”








