thansettakij
thansettakij
ไฟฟ้าต้นทุนตํ่า ทำโลกให้สวยได้ (2)

ไฟฟ้าต้นทุนตํ่า ทำโลกให้สวยได้ (2)

09 ก.พ. 63 | 03:00 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.พ. 63 | 02:51 น.

ก่อนหน้านี้ผมได้เขียนถึงโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยนํ้าในอ่างเก็บนํ้า ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จะติดตั้งที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีขนาดกำลังผลิต 45เมกะวัตต์ ว่ากันว่าเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ลอยนํ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น มีต้นทุนหน่วยละ 1.22 บาท สามารถแข่งขันได้กับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้ถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง

แต่ก็จะมีคนค้านว่าโซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้เฉพาะช่วงที่มีแดดเท่านั้น จึงใช้เป็นโรงไฟฟ้าแบบ firm หรือแบบ base load (คือเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง) ไม่ได้เหมือนโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติ รวมถึงต้องใช้แผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์อื่นๆ ที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เสียเงินตราต่างประเทศ แต่โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลก็ต้องใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ที่นำเข้าเป็นส่วนมากเช่นกัน โดยอาจมีสัดส่วนการนำเข้าที่น้อยกว่าเท่านั้น

ไฟฟ้าต้นทุนตํ่า ทำโลกให้สวยได้ (2)

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาด้านเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าแล้ว พูดได้เลยว่าโครงการโซลาร์เซลล์ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงเลย ใช้แต่แสงแดดซึ่งได้มาฟรีๆ จึงไม่มีความเสี่ยงทั้งในด้านราคาและปริมาณตลอดอายุโครงการ 20-30 ปี เราจึงมั่นใจได้ว่าต้นทุนการผลิตและราคาค่าไฟฟ้าจะคงที่ไปตลอดอายุโครงการเพราะเรารู้ต้นทุนรวมทั้งหมดตั้งแต่เริ่มโครงการแล้ว และหากเพิ่มระบบกักเก็บพลังงานให้ใช้ร่วมกับโครงการโซลาร์เซลล์ลอยนํ้านี้ ซึ่งอาจจะเป็นระบบพลังน้ำแบบสูบกลับ (pumped hydro storage) เช่นเดียวกับที่ลำตะคอง หรือหากภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยอาจจะใช้แบตเตอรี่ก็ได้ จะทำให้โครงการนี้มีการจ่ายไฟฟ้าในลักษณะที่ใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าแบบ base load ได้ รวมต้นทุนรวมไม่ถึง 2.80 บาทต่อหน่วย เทียบได้และแข่งขันได้กับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่สะอาดกว่า สร้างได้เสร็จเร็วกว่า

ส่วนโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ใช้ถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติและสร้างขึ้นใหม่ในอนาคตนั้น สำหรับประเทศไทยเราคงต้องนำเข้าเชื้อเพลิงทั้ง 2 ชนิดจากต่างประเทศเพื่อเอามาป้อนโรงไฟฟ้าเหล่านี้ อย่างแน่นอน เพราะเราจะไม่มีปริมาณสำรองของก๊าซเหลืออยู่ในประเทศมากพอแล้ว ถ่านหินที่เรามีเหลืออยู่ในประเทศก็เป็นลิกไนต์ที่มีคุณภาพต่ำและสกปรกจนไม่สามารถนำมาใช้ได้มากกว่าที่ใช้อยู่แล้ว ความเสี่ยงของเชื้อเพลิงนำเข้าเหล่านี้จึงมีทั้งในด้านราคาและปริมาณตลอดอายุโครงการ แล้วเราจะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่าราคาไฟฟ้าจะไม่แพงขึ้นในอนาคต

ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยข่าวร้ายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในไทย ปัญหาไฟป่าในออสเตรเลีย และปัญหาไวรัสอู่ฮั่นในจีน การจะมีโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในต้นทุนที่ตํ่า และมีเสถียรภาพในการผลิตด้วยนั้น ต้องถือว่าเป็นข่าวดี สมควรให้มีการต่อยอดขยายผลต่อไปอีก เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าโลกสามารถสวยงามขึ้นได้ด้วยต้นทุนที่ไม่แพงเลย

หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,547 วันที่ 9 - 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ไฟฟ้าต้นทุนตํ่า ทำโลกให้สวยได้ (2)