
ดึงกองทุนฯอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมัน
กระทรวงพลังงานรับมือวิกฤตินํ้ามันตะวันออกกลาง ดึงกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงที่มี 37,000 ล้านบาท เข้ามาอุดหนุนราคาขายปลีกนํ้ามัน ไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นไปมาก
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การรับมือวิกฤตินํ้ามันตะวันออกกลางที่จะเกิดขึ้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้สำนักงานกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง (สกนช.) ไปจัดทำเป็น Scenario หรือแนวทางในการบริหารจัดการระดับราคานํ้ามันในช่วงต่างๆ โดยใช้กลไกของกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงที่มี 37,000 ล้านบาท เข้ามาอุดหนุนราคาขายปลีกนํ้ามัน ไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นไปมาก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งจะนำมาเสนอในการประชุมผู้บริหารกระทรวงในวันที่ 10 มกราคมนี้
เบื้องต้นมีแนวทางว่า ปัจจุบันราคาขายปลีกนํ้ามันดีเซลบี 10 ซึ่งเป็นนํ้ามันดีเซลพื้นฐานอยู่ที่ 25.39 บาทต่อลิตร ในระยะแรกจะให้ประชาชนรับภาระจากการปรับขึ้นราคาขายปลีกไปก่อนกว่า 4 บาทต่อลิตร เมื่อราคานํ้ามันดิบดูไบปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จะส่งผลให้ราคาขายปลีกนํ้ามันดีเซลพุ่งขึ้นไปเกิน 30 บาทต่อลิตร กองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงจะเข้ามาอุดหนุนเพื่อไม่ให้ดีเซลบี 10 เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งทางสกนช.จะไปพิจารณาดูว่าเงินกองทุน นํ้ามันฯ ที่มีอยู่ จะสามารถเข้ามาอุดหนุนได้ในระยะเวลากี่เดือน และหากราคานํ้ามันดิบดูไบขยับขึ้นไปอีก เงินกองทุนที่มีอยู่จะเพียงพออุดหนุนหรือไม่เพราะทุกๆ ราคานํ้ามันดิบที่ปรับขึ้น 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จะกระทบราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อลิตร และหากเงินที่มีอยู่ 3.7 หมื่นล้านล้านบาท ไม่เพียงพอจะต้องกู้อีก 2 หมื่นล้านบาทมาอุดหนุนราคานํ้ามัน หรือไม่








