
เสียงสะท้อน ‘ซีอีโอ’แนะรัฐ ดันธุรกิจไทย
เอกชนถือเป็นเฟืองจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่แท้จริง อย่างไรก็ตามต้องการมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะการลงทุนถือเป็นต้นทุนทางธุรกิจที่สำคัญ ในการสำรวจ 40 ซีอีโอองค์กรธุรกิจชั้นนำ ได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลที่น่าสนใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นปัญหาและอุปสรรคการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย และหลายประเด็นเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรม เนื่องจากปัจจุบัน SMEs ที่มีนวัตกรรมแต่ยังขาดการสนับสนุนด้านอุปกรณ์ ขาดเงินทุนวิจัย ขาดเงินทุนซื้อลิขสิทธิ์สิทธิบัตรต่อยอดนวัตกรรม ดังนั้น ส.อ.ท. เสนอให้รัฐบาลตั้งกองทุนนวัตกรรม (Innovation Fund) เพื่อให้ภาคเอกชนได้ร่วมกันบริจาคเงินสนับสนุน ด้านนวัตกรรมให้แก่ SMEs โดยกรมสรรพากรสนับสนุนเรื่องการนำเงินบริจาค ไปหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 3 เท่า พร้อมกันนั้นยังยกระดับ SMEs และส่งเสริม Made in Thailand โดย SME Venture Program และสนับสนุนการซื้อสินค้า Made in Thailand
รัฐไม่ป้องธุรกิจไทย
นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อิตัลไทย จำกัด กล่าวว่า ประเด็นของบ้านเราตอนนี้คือ รัฐบาลพยายามพูดถึงเรื่องลงทุนมานานแล้ว แต่ในทางปฏิบัติล้มเหลวหมด บอกว่าจะมีงานออกมา แต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่ออก รัฐบาลนี้ทำให้บ้านเมืองเราสงบจริง แต่นโยบายที่มาช่วยเศรษฐกิจ มีแต่โครงและเรื่องของการป้องกันไม่มี มีโครงแล้วปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาอย่างไรก็ได้ รัฐบาลนี้ยังไม่ได้ช่วยผู้ประกอบการไทยให้อยู่รอด สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ มันต้องป้องกัน มันต้องมี Barrier of Entry
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wongnai กล่าวว่า การจะผลักดันให้สตาร์ตอัพไทยประสบความสำเร็จได้ อย่างน้อยๆ รัฐบาลต้องกำหนดกติกาที่แฟร์สำหรับนักลงทุนไทย กฎหมายของไทยค่อนข้างเก่า ไม่เอื้อต่อนักลงทุน และเป็นกฎหมายที่ทำให้เกิดการผูกขาด ถ้าเริ่มต้นก็เสียเปรียบแล้ว เราก็แข่งขันกับเขายาก อย่างไรก็ตามการส่งเสริมต้องไม่ใช่แค่ภาครัฐอย่างเดียว ภาคเอกชนก็ต้องร่วมมือด้วย บางแบงก์ให้เงินทุนกับบางบริษัทหลายพันล้าน เพื่อให้เขามาฆ่าสตาร์ตอัพไทย
นำเอกชนปักธงต่างประเทศ
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานที่ปรึกษา บจก.เอทีเอ ออลไลค์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลนั้นควรนำเอกชนไปบุกเจาะตลาดเพิ่มในตลาดใหม่ๆ ในเมือง รัฐ หรือมณฑลใหม่ๆ ขณะที่ตลาดเดิมรัฐบาลต้องดูแลความสัมพันธ์ให้ดีและทำการค้าในลักษณะซื้อขายแลกเปลี่ยนกันและอำนวยความสะดวกให้เอกชนในการนำเข้าสินค้าต้นนํ้า กลางนํ้าจากต่างประเทศที่สามารถนำเข้ามาผลิต และช่วยลดต้นทุนได้
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ ประธานบริหาร บจก.เอเชี่ยน เพนนินซูล่า คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าอยากให้รัฐบาลสนับสนุนเอกชนไปลงทุนในต่างประเทศ ถามว่าส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทยอย่างไร อาศัยเงินบาทแข็งค่าบริษัทที่มีศักยภาพมีไม่กี่บริษัทที่มีความสามารถไปลงทุน หรือซื้อกิจการในต่างประเทศ
แนะเร่งสร้างเชื่อมั่น
นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าอยากให้ช่วยรัฐบาลประชาสัมพันธ์นโยบาย หรือมาตรการต่างๆ ที่จะออกมาให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนและผู้ประกอบการให้ทั่วถึงกัน เช่น ในเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ออกมา ที่การประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึงและช่วยสร้างความมั่นใจกับประชาชนและให้มองอสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยพื้นฐานและยังเป็นสินค้าเพิ่มมูลค่าเพื่อการลงทุน
ส่วนนายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอกสหกรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการบริษัท คลังคาซ่า จำกัด ยักษ์อสังหาริมทรัพย์ของโคราช กล่าวว่า ขณะนี้ภาครัฐกำลังใช้มาตรการ LTV เรื่องนี้เห็นด้วยที่ต้องบังคับใช้ แต่ควรมีจังหวะในการค่อยๆ ใช้มาตรการให้ประชาชนปรับตัวได้ เพราะบังคับใช้ทีเดียวหนี้ไม่เกิด แต่เศรษฐกิจก็หยุดชะงักโดยมาตรการนี้ทำให้ทำธุรกิจได้ยากขึ้น แม้รัฐจะมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ช่วยไม่มาก เพราะลูกค้ากู้ไม่ผ่าน ขณะที่การค้าขายในท้องถิ่นไม่ดีเลย ภัยคุกคามมาจากการค้าขายออนไลน์ ซึ่งการซื้อขายในระบบนี้เงินไหลออกนอกประเทศกำไรไปอยู่ที่บริษัทตลาดออนไลน์ที่เดียว เงินไม่ได้หมุนเวียนใช้ในท้องถิ่น รัฐบาลจึงควรเข้ามาดูเรื่องการซื้อขายผ่านออนไลน์และการขายสินค้าจากต่างประเทศอย่างจริงจัง
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3537 วันที่ 5-8 มกราคม 2563








