thansettakij
thansettakij
สนธิรัตน์เคาะ  6โรงไฟฟ้า  แจกชุมชน10%

สนธิรัตน์เคาะ 6โรงไฟฟ้า แจกชุมชน10%

12 ต.ค. 62 | 10:31 น.

โรงไฟฟ้าชุมชนเดินหน้า ชง 6 โครงการ Quick Win ให้หุ้นฟรีชุมชนถือกว่า 10% และซื้อเพิ่มได้อีก 20% คาดเจรจาได้ข้อยุติ ชงกพช.ไฟเขียว พ.ย.นี้ พร้อมเปิดจ่ายไฟฟ้า ม.ค. 63 ยันเป็นโครงการนำร่องนำไปปรับใช้โครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น

นโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำลังจะออกมาให้เห็นผล หลังจากที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่มีการหยิบยกจะนำโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าได้มาเป็นโครงการนำร่อง หรือ Quick Win ก่อน จำนวน 6 โครงการ ด้วยเหตุผลที่ว่าโคงการเหล่านี้ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานไปแล้ว แต่ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ เนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนนโยบาย เงินที่ได้สนับสนุนไปควรจะนำกลับมาสานต่อให้เกิดประโยชน์ รวมถึงที่ผ่านมาการทำโรงไฟฟ้าได้มีการหารือและผ่านความเห็นชอบจากชุมชนมาแล้ว

นายสนธิรัตน์ จึงได้ให้ทั้ง 6 โรงไฟฟ้านี้ ยื่นเรื่องไปกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เพื่อรวบ รวมรายละเอียดและนัดมาหารือเงื่อนไขหรือข้อเสนอต่างๆ ภายในเดือนตุลาคมนี้ ให้ได้ข้อยุติ และเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เห็นชอบในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ไปออกระเบียบในการรับซื้อไฟฟ้าต่อไป ที่คาดว่า จะเริ่มจ่ายไฟฟ้าภายในเดือนมกราคม 2563

นายผจญ ศรีบุญเรือง นายกสมาคมการค้าก๊าซชีวภาพไทย เปิดเผยว่า นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องการให้รูปแบบโรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากเกิดขึ้นโดยเร็ว จึงได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือ และได้ข้อสรุปว่า จะดำเนินการในส่วนที่โรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างเสร็จแล้วแต่มีปัญหาไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ มาดำเนินงานโครงการ Quick Win ก่อน จำนวน 6 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน 2 แห่ง ในตำบลภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ขนาดกำลังผลิตแห่งละ 1.5 เมกะวัตต์ รวม 3 เมกะวัตต์ ของบริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจาก นํ้าเสียของโรงสกัดนํ้ามันปาล์ม ตำบลเพหลา อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ กำลังผลิตขนาด 3 เมกะวัตต์ ของบริษัท ปาล์มพันล้าน จำกัด โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำลังผลิต 0.5 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากนํ้าเสียและพืชพลังงาน 2 แห่ง กำลังผลิตแห่งละ 2 เมกะวัตต์ ตำบลโคกม้า อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ รวมกำลังการผลิต 10.5 เมกะวัตต์

ส่วนรูปแบบของโรงไฟฟ้าชุมชน เบื้องต้นที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นมานั้น จะให้วิสาหกิจชุมชน ที่จัดตั้งตามกฎหมายเข้ามาถือหุ้นบุริมสิทธิในสัดส่วน 10 % ในปีแรก และให้สิทธิในการเข้าซื้อหุ้นในโรงไฟฟ้าในปีต่อไปได้อีก 20% รวมเป็น 30% ขณะที่ภาคเอกชนจะถือหุ้น 70-90% แต่อาจเปิดให้บริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมถือหุ้นได้ในสัดส่วน 25%

นายชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยว่า คาดว่าทางกระทรวงพลังงานจะเชิญบริษัทไปหารือในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อยื่นข้อเสนอในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน เนื่องจากมีความพร้อมการดำเนินงาน เพราะโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อเสนอนั้นเห็นด้วยกับการให้วิสาหกิจชุมชนเข้ามาถือหุ้นก่อน 10% และหลังจากนั้นค่อยมาซื้อหุ้นเพิ่มเติมทีหลัง พร้อมกับมีการประกันราคาพืชพลังงาน ที่เกษตรกรปลูกป้อนโรงไฟฟ้าอยู่ที่ 400-600 บาทต่อตัน ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นพืชชนิดไหนและค่าไฟฟ้าที่รัฐจะรับซื้อ

ทั้งนี้ ค่าไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าชุมชนจะขายให้นั้น ภาครัฐควรจะกำหนดอยู่ที่ 5.34 บาทต่อหน่วย เพื่อให้ชุมชนมีรายได้จากส่วนแบ่งจากการขายไฟฟ้าได้มากขึ้น และพร้อมที่จะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เข้ามาถือหุ้นด้วย หากข้อเสนอดังกล่าวกพช.เห็นชอบ บริษัทจะขายไฟฟ้าได้ในช่วงเดือนมกราคม 2563 

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ข้อเสนอที่เอกชนเสนอมาประโยชน์ที่ได้จะต้องตกอยู่กับชุมชนสูงสุด อย่างกรณีการถือหุ้นบุริมสิทธินั้น จะต้องเสนอมาให้ชุมชนมากกว่า 10% รวมถึงการเสนอส่วนแบ่งรายได้คืนสู่ชุมชนมากกว่า 25 สตางค์ต่อหน่วย ที่จะส่งเข้ากองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนในชุมชนได้มีส่วนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ อีกทั้ง การประกันราคารับซื้อวัตถุดิบเชื้อเพลิงพืชพลังงานที่จะมาป้อนให้กับโรงไฟฟ้าด้วย ที่สำคัญจะต้องเสนอมาตรการการส่งเสริมชุมชนได้ประโยชน์กับโรงไฟฟ้าอย่างไร

ส่วนราคาค่าไฟฟ้าที่รัฐจะรับซื้อนั้น อาจจะพอประมาณให้เอกชนอยู่ได้ ผลตอบแทน(IRR)อาจจะอยู่ราว 7-8% ไม่มีผลกระทบหรือภาระต่อค่าไฟฟ้าโดยรวม ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานที่ภาคเอกชนได้ลงทุนก่อสร้างไปแล้ว ไม่ได้มีการกู้เงินใหม่มาลงทุน

“อยากให้มองว่า โครงการนำร่องนี้ไม่ได้เป็นการเอื้อให้เอกชนเข้ามาดำเนินงาน แต่ต้องการเป็นตัวอย่างให้กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อนำไปปรับใช้กับโรงไฟฟ้าชุมชนที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ ว่ามีจุดบกพร่องอะไร”

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,513 วันที่ 13 - 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 

สนธิรัตน์เคาะ  6โรงไฟฟ้า  แจกชุมชน10%