
“สนธิรัตน์”ชู “Energy For All” บนเวทีพลังงานโลก
“สนธิรัตน์” เข้าร่วมการประชุม World Energy Congress ครั้งที่ 24 และประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีพลังงานเอเชีย ครั้งที่ 8 ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่าง 9 - 10 ก.ย.นี้ ใช้เป็นเวทีระดับนานาชาติให้ไทยได้นำเสนอยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน “Energy For All” เพื่อทุกคนเข้าถึงพลังงานอย่างมั่นคง ราคาเหมาะสม และยั่งยืน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม World Energy Congress ครั้งที่ 24 ที่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยการประชุม World Energy Congress จัดขึ้นโดยองค์การพลังงานโลก เป็นกิจกรรมการประชุมที่จัดขึ้นทุกๆ 3 ปี ซึ่งเป็นเวทีหารือทางด้านพลังงาน การนำเสนอผลการศึกษาขององค์การพลังงานโลก และเวทีการหารือระหว่างผู้นำทางด้านพลังงานทั้งในส่วนของภาครัฐบาล และภาคเอกชน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังมีกำหนดการเข้าร่วม การประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีพลังงานเอเชีย ครั้งที่ 8 (Asian Ministerial Energy Roundtable : AMER 8) ที่จะมีขึ้นวันที่ 10 กันยายน 2562 ที่กรุงอาบูดาบี เช่นกัน ซึ่งการประชุมจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี เพื่อหารือระหว่างประเทศผู้ผลิตและประเทศผู้บริโภคพลังงานในภูมิภาคเอเชียในประเด็นต่างๆ อาทิ สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตด้านการจัดหาและความต้องการด้านพลังงาน การหารือประเด็นที่ท้าทายต่อความมั่นคงด้านพลังงาน โดยให้ความสำคัญต่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยปีนี้ UAE เป็นเจ้าภาพหลักและประเทศอินเดียเป็นเจ้าภาพร่วม (Co-Host)
ทั้งนี้ AMER ครั้งที่ 8 ปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Energy Security in the Age of Change : Empowering Responsible Growth in Asia and the World” วัตถุประสงค์เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับความมั่นคงของตลาดพลังงาน บทบาทของเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการเข้าถึงบริการพลังงานที่ปลอดภัยและราคาไม่แพง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทย ได้รับเชิญกล่าวบรรยายในหัวข้อ Advancing Inclusive Access to Secure, Affordable and Sustainable Energy Service การเข้าถึงบริการด้านพลังงานที่มั่นคง ราคาเข้าถึงได้ และยั่งยืน ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญที่ไทยจะได้เสนอยุทธศาสตร์ “พลังงานเพื่อทุกคน” (Energy For All) ในการบริหารจัดการพลังงานให้เข้าถึงทุกคน การทำให้พลังงานมีต้นทุนที่ต่ำ มีความมั่นคง ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งในด้านหนึ่งเพื่อสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และได้ใช้ศักยภาพของชุมชนมาเป็นประโยชน์ต่อการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจพลังงาน ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงานในอนาคต
สำหรับผลที่คาดว่าได้รับจากการเข้าร่วมประชุม AMER ครั้งนี้จะช่วยให้เกิดความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ อาทิ การอนุรักษ์และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พลังงานปิโตรเลียม ถ่านหิน ไฟฟ้า พลังงานทดแทน และยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและแนวโน้มสถานการณ์พลังงานในเอเชีย แสวงหา แหล่งทรัพยากรด้านพลังงานใหม่ และถือเป็นโอกาสในการนำเสนอแนวนโยบายด้านพลังงานของไทยในเวทีนานาชาติ ตลอดจนได้พบปะผู้นำและผู้บริหารระดับสูงของประเทศต่างๆ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคี และพหุภาคีในอนาคตต่อไป











