thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ Kick off "ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ" ลดสูงสุด 78% ปักหมุด 3,036 จุดทั่วไทย

พาณิชย์ Kick off "ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ" ลดสูงสุด 78% ปักหมุด 3,036 จุดทั่วไทย

16 ต.ค. 69 | 04:35 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 69 | 04:35 น.

พาณิชย์ เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำท่วม” ผนึกเอกชน 27 ราย ปักหมุด 3,036 จุดทั่วประเทศ ลดสูงสุด 78% นาน 90 วัน ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุซ่อมบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์จัดโครงการ "ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ" เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลกและภัยน้ำท่วม
  • ลดราคาสินค้าและบริการสูงสุด 78% รวมกว่า 4,223 รายการ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และบริการเกี่ยวกับรถยนต์
  • โครงการมีระยะเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2569 โดยมีจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด 3,036 แห่งทั่วประเทศ

16 ตุลาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำท่วม” เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนจากผลกระทบวิกฤตโลกและภัยน้ำท่วม โดยได้ความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ค้าส่ง-ค้าปลีก และภาคเอกชนรวมกว่า 27 ราย ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับโครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการรวม 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2569 โดยปักหมุดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดรวมทั้งสิ้น 3,036 จุดทั่วประเทศ ประกอบด้วย พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 300 จุด พื้นที่ส่วนภูมิภาค จำนวน 2,736 จุด ซึ่งจะจำหน่ายทุกวันอังคาร, ศุกร์, เสาร์ และ อาทิตย์

โดยนำสินค้าและบริการรวม 4,223 รายการ มาลดราคาสูงสุด 78% ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน รวมถึงอุปกรณ์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู ซ่อมแซมบ้านเรือนและที่อยู่อาศัยหลังประสบภัยอุทกภัย โดยคาดว่าจะช่วยลดค่าครงอชีพกว่า 300 ล้าน

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอในพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้การกระจายสินค้าราคาถูกสามารถเข้าถึงประชาชนในจุดที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และขอเชิญชวนประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในช่วงเวลานี้

กระจายสินค้าราคาถูกเข้าถึงประชาชน

โดยนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาประหยัด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สินค้าไฮไลต์ประกอบด้วย ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช และน้ำตาลทราย 

กลุ่มที่ 2 สินค้าอุปโภคบริโภคจากผู้ผลิตโดยตรง 5 หมวด ได้แก่ 

1.ของใช้ประจำวัน อาทิ น้ำยากลั้วปาก พลักซ์ (500 มล.) แปรงสีฟันคอลเกต ทิมคลีน โรลออน (25 มล.) ผลิตภัณฑ์แป้งทาตัว ยาสีฟัน หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู 

2. ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย อาทิ ครีมอาบน้ำโพรเทค ครีมทาผิว ซิตราโลชั่น ครีมอาบน้ำ BeNice แชมพูสระผมแบรนด์ดัง อาทิ โดฟ, เคลียร์, รีจอยส์, เฮดแอนด์โชว์เดอร์, TEA TREE และซันซิล 

3. ผลิตภัณฑ์ซักล้าง อาทิ น้ำยาถูพื้น โทมิ (ถุง 550 มล.) น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดีนี่ (1,100 มล.)  น้ำยารีดผ้าเรียบไฟน์ไลน์ น้ำยาซักผ้าไฟน์ไลน์เข้มข้น อาทิ ดีนี่ โอโม น้ำยาล้างจานไลปอน 

4.อาหารและเครื่องปรุงรส 

5.อุปกรณ์ทำความสะอาด 

 

ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ

กลุ่มที่ 3 สินค้าอื่นๆ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้า House Brand สินค้า SMEs สินค้า GI สินค้าที่จังหวัดให้การส่งเสริม และผลผลิตทางการเกษตร 

สำหรับกลุ่มวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ทำความสะอาด จำนวน 363 รายการ ลดสูงสุด 77% ครอบคลุมวัสดุซ่อมแซมบ้าน อุปกรณ์ทำความสะอาด และเครื่องมือช่าง และบริการซ่อมแซมบ้าน โดยมีผู้ประกอบการที่ร่วมรายการ อาทิ โกลบอลเฮ้าส์ ดูโฮม ไทวัสดุ โฮมโปร เมกาโฮม และ MR.DIY

กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 736 รายการ ลดสูงสุด 74% ครอบคลุมเครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมบริการตรวจเช็กและซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรีในรายการที่กำหนด โดยมีผู้ประกอบการ อาทิ แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ เซ็นทรัล และโรบินสัน

กลุ่มศูนย์บริการรถยนต์ จำนวน 1,827 รายการ ลดสูงสุด 64% ครอบคลุมน้ำมันเครื่อง ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ และอะไหล่ พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี ส่วนลดค่าแรงและอะไหล่ รวมถึงบริการ Mobile Car Service ช่วยเหลือรถยนต์เบื้องต้นในพื้นที่ประสบภัย โดยมีศูนย์บริการเข้าร่วม อาทิ FIT Auto, Cockpit, Tyre Plus, Autoclik, MMS, Auto 1 และ B-Quik

กลุ่มค่ายรถยนต์ จำนวน 41 รายการ ลดสูงสุด 30% ครอบคลุมอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ พักชำระค่างวด 3 เดือน และส่วนลดซื้อรถยนต์ใหม่สูงสุด 130,000 บาท โดยมีค่ายรถยนต์เข้าร่วม ได้แก่ โตโยต้า ฟอร์ด อีซูซุ ฮอนด้า มิตซูบิชิ และนิสสัน