
เอกชนห่วงครม.ใหม่ ไร้แม่ทัพคุมเศรษฐกิจ
เปิดข้อเสนอบิ๊กเอกชน 3 สถาบัน แจกการบ้านดรีมทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่เคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ สู้ศึกขาลง จี้เร่งคลอด ครม.ของจริง หลังผ่าน 3 เดือนเลือกตั้งยังยื้อ ทุนไทย-เทศชะงัก สภาอุตฯห่วงครม.เศรษฐกิจใหม่ไร้เอกภาพ
การเลือกตั้งผ่านมานานกว่า 3 เดือนแล้ว แต่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังมีความยืดเยื้อ ไม่ลงตัว ส่งผลให้การลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศอยู่ในภาวะชะงักงัน เหตุภาคเอกชนรอดูโฉมหน้ารัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาลลูกผสมจะออกมาอย่างไร ท่ามกลางเสียงวิจารณ์หนาหูถึงโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ออกมาถึงความเหมาะสม-ไม่เหมาะสมของรัฐมนตรีหลายกระทรวง เฉพาะอย่างยิ่งครม.เศรษฐกิจที่มาจากต่างพรรคจะมีแม่ทัพที่สามารถควบคุมดูแลให้มีเอกภาพเพื่อให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันได้หรือไม่ อย่างไรก็ดีภาคเอกชนเตรียมชงการบ้านฝากรัฐมนตรีเศรษฐกิจรายกระทรวงเพื่อให้เร่งขับเคลื่อนทันทีหลังเข้าประจำการ
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในส่วนของตัวนายกรัฐมนตรีคือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มองว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในเวลานี้ จากมีหลายพรรคมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลจำเป็นต้องมีผู้นำที่สามารถบริหารความขัดแย้งได้ ส่วนของคณะรัฐมนตรีที่จะมาร่วมบริหารประเทศ คงต้องให้เวลาพิสูจน์ฝีมืออย่างน้อย 3 เดือน หากไม่เข้าตาเชื่อว่าฝ่ายค้านพร้อมไม่ไว้วางใจและเป็นโอกาสให้นายกฯปรับครม.
อย่างไรก็ดีหลังตั้งครม.แล้วอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการผลักดันในหลายเรื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของประเทศให้เดินหน้า อาทิ กระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการเจรจาความตกลงการค้าเสรี(FTA) ใหม่ๆ เช่นไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ไทย-อังกฤษ CPTPP (ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก) เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทย (กราฟิกประกอบ) การเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าทั้งในรูปภาษีและมิใช่ภาษี การแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค การขยายช่องทางการค้าในต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการผ่านการจัดงานโรดโชว์ และบิสิเนสแมตชิ่ง เพื่อเพิ่มโอกาสการส่งออกไทยในห้วงสงครามการค้าที่ยังยืดเยื้อ
ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดูแลราคาสินค้าเกษตร เร่งให้ความรู้ พัฒนาเกษตรกรให้ปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภค และแข่งขันได้ในระยะยาว การจัดทำ Big Data ด้านการเกษตรเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้กับเกษตรกรได้เลือกเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรให้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค หรือโรงงานแปรรูปเพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาดและราคาตกตํ่า การส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรให้เข้าถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร และกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพให้เอสเอ็มอี โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยมากขึ้น เป็นต้น
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่าในส่วนของกระทรวงพาณิชย์อยากให้เร่งเจรจาเอฟทีเอกับ
อียู ศรีลังกา การเข้าร่วม CPTPP และเอฟทีเออื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มยอดส่งออกของไทยในอนาคต จาก 5 เดือนแรกปีนี้การส่งออกของไทยยังติดลบ (-2.7%) จากผลกระทบสงครามการค้า สานต่อขยายการท่องเที่ยวชุมชนที่ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ส่วนกระทรวงเกษตรฯ ให้เร่งส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ใช้ตลาดนำการผลิต ไม่เห็นด้วยกับการพยุงราคาจากภาครัฐ การสานต่อเกษตรแปลงใหญ่ สนับสนุนใช้เครื่องจักร และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงแรงงานให้เร่งพัฒนาเรื่องประสิทธิภาพการผลิต(Productivity)และทักษะฝีมือแรงงานรองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่และภาคบริการที่จะเข้ามามีบทบาทในภาคเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
“ไม่ว่าหน้าตารัฐบาลใหม่จะออกมาเป็นอย่างไร ภาคเอกชนก็พร้อมร่วมทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ”
ขณะที่นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ต้องการเห็นโฉมหน้ารัฐบาลและทีม ครม.เศรษฐกิจโดยเร็วเพื่อขับเคลื่อนโรดแมปในหลายโครงการเดิมของรัฐบาลให้เดินหน้าตามกรอบเวลาที่เคยประกาศไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเช่น โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ในอีอีซี ประกอบกับช่วงที่ผ่านมามีบางกระทรวงเศรษฐกิจได้ว่างเว้นไม่มีรัฐมนตรีว่าการฯ (เช่นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม) ท่ามกลางเศรษฐกิจและการค้าโลกชะลอตัวจากสงครามการค้า และการส่งออกของไทยยังติดลบ และสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ต้องการให้มีรัฐมนตรีตัวจริงมากำกับดูแลและรับผิดชอบ
โดยด่วน
“ที่ห่วงคือพรรคร่วมรัฐบาลมาจากหลายพรรค และแต่ละพรรคก็ได้ชูนโยบายหาเสียงที่แตกต่างกัน ขณะที่รองนายกฯก็มาจากหลายพรรค และนั่งควบกระทรวงเศรษฐกิจ ตามโผเช่น คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จากพรรคประชาธิปัตย์นั่งรองนายกฯควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณอนุทิน ชาญวีรกูลจากพรรคภูมิใจไทยนั่งรองนายกฯควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และดูกระทรวงคมนาคม คำถามคือ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจจะกำกับดูแลรัฐมนตรีเศรษฐกิจอย่างไรเพื่อให้การทำงานตามนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน สั่งไปแล้วเขาจะทำหรือไม่ เพราะรัฐบาลไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนเมื่อก่อน”
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,481 วันที่ 23 - 26 มิถุนายน พ.ศ. 2562








