thansettakij
thansettakij
ปตท.ผนึกพันธมิตร สร้างก๊าซชุมชนจากมูลสุกร 

ปตท.ผนึกพันธมิตร สร้างก๊าซชุมชนจากมูลสุกร 

26 เม.ย. 62 | 10:55 น.


         
นายกฤษณ์ อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กำกับดูแลองค์กรและกิจการสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลป่ายุบใน พร้อมด้วยสถาบันวิทยสิริเมธี และบริษัท เอเลแก้นท์ฟาร์ม จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการพัฒนาพลังงานชุมชนด้วยระบบผลิตและส่งจ่ายก๊าซชีวภาพ ตำบลป่ายุบใน  อำเภอวังจันทร์  จังหวัดระยอง เพื่อบูรณาการระบบผลิตและส่งจ่ายก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกรให้ชุมชนตำบลป่ายุบในใช้เป็นพลังงานสะอาด

ปตท.ผนึกพันธมิตร สร้างก๊าซชุมชนจากมูลสุกร   
สำหรับโครงการพัฒนาพลังงานชุมชนด้วยระบบผลิตและส่งจ่ายก๊าซชีวภาพ ตำบลป่ายุบใน  เป็นหนึ่งในเจตนารมณ์ของ ปตท. ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่สังคมชุมชน โดยเริ่มต้นโครงการในปี 2561 ด้วยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมกับทั้งหน่วยงานภาคีและภาคชุมชนในการเข้ามาร่วมศึกษาเรียนรู้ในกระบวนการคิดวางแผน การประชาคม การก่อสร้าง รวมถึงการร่วมทุน และสร้างกลไกคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้ก๊าซชีวภาพ และกองทุนกลุ่มผู้ใช้ก๊าซชีวภาพ ตำบลป่ายุบใน เนื่องจากในตำบลมีฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ของบริษัท เอเลแก้นท์ฟาร์ม จำกัด ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพได้ถึง 800 ลูกบาศก์เมตร ถือเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับการส่งจ่ายให้ชุมชนรอบข้างได้ใช้ร่วมกัน  โดยดำเนินการประสานความร่วมมือ 4 ฝ่าย ในการดำเนินโครงการฯ ประกอบด้วย 1) เจ้าของฟาร์มสุกร มีส่วนร่วมในการก่อสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพ 2) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการบริหารโครงการ งานวิจัย งานวิชาการ และการจัดการความเสี่ยง 3) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดองค์ความรู้การก่อสร้างระบบส่งจ่ายก๊าซชีวภาพ และร่วมวางระบบการบริหารจัดการ โดยถอดบทเรียนความสำเร็จของโครงการระบบก๊าซชีวภาพฯ  ต. ท่ามะนาว จ. ลพบุรี กว่า 500 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ประเภทการจัดการจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ 4) องค์การบริหารส่วนตำบลป่ายุบใน มีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการชุมชน ตั้งแต่การสื่อความ การจัดตั้งคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้ก๊าซฯ การจัดประชาคมหมู่บ้าน และรับสมัครครัวเรือนเข้าโครงการฯ เพื่อสร้างกระบวนการให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเอง และดูแลรักษาระบบได้ในระยะยาว

โครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถส่งจ่ายก๊าซชีวภาพให้แก่ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการได้ภายในเดือนธันวาคม 2562 ทั้งนี้ การร่วมพัฒนาระบบการบริหารจัดการพลังงานชุมชนป่ายุบใน ซึ่งเป็นการทำงานที่มีส่วนร่วมของชุมชนนั้น จะนำมาสู่ความสำเร็จในมิติด้านเศรษฐกิจภายในชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดีควบคู่กันไป โดยชาวบ้านในชุมชนรวมประมาณ 60 ครัวเรือนจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานหุงต้มในชุมชนได้ 265,000 บาท/ปี และฟาร์มสามารถลดค่าไฟได้ 780,000 บาท/ ปี นอกจากนี้ ยังส่งผลให้สังคมโดยรวมได้ประโยชน์จากการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากฟาร์ม 2,350 ตันต่อปี และลดมลภาวะทางกลิ่นจากฟาร์ม ช่วยทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปตท.ผนึกพันธมิตร สร้างก๊าซชุมชนจากมูลสุกร