
เร่งระบบขนส่งมวลชนกทม.หนุนปรับผังเมืองกระตุ้นเศรษฐกิจ
กรุงเทพมหานคร ถือได้ว่ามีทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น บางพื้นที่มีระบบรถไฟฟ้าให้บริการอย่างครบถ้วนแล้วโดยเฉพาะในเขตเมืองชั้นในที่ประกอบไปด้วยศูนย์เศรษฐกิจสำคัญหลายแห่ง แต่ยังรอการปรับปรุงผังเมืองที่สามารถเอื้อต่อการพัฒนาและมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ได้อย่างไร
ปี 2562 จะมีการประกาศใช้ผังเมืองรวมของกรุงเทพ มหานครพร้อมกับการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพฯ-ปริมณฑลให้เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ดังนั้นกรุงเทพมหา นครมีความพร้อมในเรื่องนี้หรือเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างนั้น ผู้อ่านสามารถหาคำตอบได้ในงาน สัมมนา เรื่อง “ผังเมืองใหม่ เมกะโปรเจ็กต์ :
พลิกโฉมกทม.” ตามที่หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
[caption id="attachment_335667" align="aligncenter" width="503"]
ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์[/caption]
ทั้งนี้นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ที่น่าสนใจหลายประเด็นไว้โดยสังเขปก่อนที่จะได้ปาฐกถาพิเศษเชิงลึกในงานสัมมนาวันที่ 24 ตุลาคมนี้ว่า เบื้องต้นนั้นหลายคนคงสงสัยว่าหากรถไฟฟ้าไปถึงพื้นที่นั้นๆ ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ตามผังเมืองสีเขียวลาย จะต้องทำอย่างไรต่อไปบ้าง อีกทั้งระยะ 500 เมตรจากสถานีที่ได้รับสิทธิ์การพัฒนาพื้นที่ แต่ระยะเกิน 500 เมตรเป็นต้นไปจะสามารถพัฒนารูปแบบใดได้บ้าง
แนวทางขับเคลื่อนผังเมือง
ระบบการพัฒนาเมืองตามผังเมืองใหม่จะเน้นไปที่การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่จะเป็นการชี้นำการพัฒนาพื้นที่นั้นๆ มองเรื่องโลจิสติกส์ทั้งระบบ เช่นเดียวกับการพัฒนาขนส่งมวลชนระบบรอง ทั้งการเดินเรือในคลองต่างๆ ตลอดจนการขนส่งระยะสั้นรูปแบบต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะต้องยกเครื่องทั้งระบบก็เป็นไปได้ทั้งสิ้นโดยเฉพาะระบบรถเมล์ที่วิ่งระยะทางยาวก็จะปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบฟีดเดอร์ป้อนระบบหลักอย่างรถไฟฟ้าให้มากขึ้น เข้าถึงพื้นที่แต่ละชุมชนมากขึ้น จากรถขนาดใหญ่ยาว 12-15 เมตรก็อาจปรับเป็นรถตู้ขนาด 20 ที่นั่ง เป็นต้น
โดยการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครครั้งนี้ได้ให้การบ้านกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาไปว่าการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเช่น คอนโดมิเนียม 1 หลัง พื้นที่ 1 ไร่ หรือเป็นพื้นที่สีเขียวราว 30% ต้องให้เกิดศักยภาพการพัฒนามากขึ้นได้อย่างไรบ้าง หากรวมกันเป็นพื้นที่ผืนใหญ่ เชื่อว่าจะเกิดมูลค่าเพิ่มจากการจัดเก็บภาษีให้รัฐได้ไม่มากก็น้อย เช่นเดียวกับย่านเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ พระราม 4 โดยเฉพาะย่านโรงงานยาสูบจะกำหนดพื้นที่การพัฒนาให้เต็มศักยภาพได้ อย่างไรบ้างภาพต้องออกมาชัดเจน ดังนั้นการปรับสีผังเมืองจะต้องตอบโจทย์การเดินทางการพัฒนาเมืองได้ด้วย ประการสำคัญปัจจุบันราคาที่ดินแพงมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ได้อย่างไรบ้าง การแลกพื้นที่รูปแบบซื้อสิทธิ์ Transit Development Ride : TDR กระทำได้หรือไม่โดยเฉพาะ ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ เป็นต้น ดังนั้นเมื่อระบบหลักได้รับการพัฒนาและเกิดระบบรองขึ้นมาร่วมก็จะเกิดจุดตัดจำนวนหลายแห่งที่เกิดศักยภาพทางเศรษฐกิจตามมาได้อีก จึงต้องค้นพบให้ได้ว่าจุดเชื่อมต่อล้อ ราง เรือ ระดับต่างๆมีเกิดขึ้นกี่จุด ที่ไหนบ้าง ผังเมืองจะเอื้อต่อการพัฒนาให้เกิดศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างไร
ปัจจุบันศูนย์บางซื่อมีการเชื่อมต่อแล้วไม่น้อยกว่า 2 ล้านคันต่อวันและอาจทะลุถึง 4 ล้านคันต่อวันในระยะเวลาอันรวดเร็วนี้ ดังนั้นหากเชื่อมออกมาสู่เส้นทางภายนอกจะรองรับได้มากน้อยแค่ไหน จะพัฒนาระบบรองรับไว้อย่างไรได้บ้าง ปัจจุบันจะพบว่าระบบรถเมล์เต็มพิกัดแล้ว จะต้องมีระบบซัตเติลเข้าไปรองรับที่เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับระบบตั๋วร่วมที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาให้สามารถใช้กับระบบขนส่งมวลชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ
“ผู้โดยสารบีทีเอสทะลุ 1 ล้านคนต่อวัน ส่วนรถไฟฟ้าใต้ดินทะลุ 4-5 แสนคนต่อวัน ส่วนเรือโดยสารในคลองแสนแสบราว 5-6 หมื่นคนต่อวัน ตลอดจนระบบแท็กซี่ที่มีมากกว่า 1 แสนคัน หรือแม้กระทั่งระบบแอพพลิเคชันต่างๆที่ให้บริการในปัจจุบัน ดังนั้นการจะปรับเปลี่ยนทั้งระบบรัฐบาลจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพราะจะเกิดผลกระทบต่อสัญญาสัมปทานได้ แต่ระบบรถเมล์ ขสมก. ยังมีจำนวนมากถึง 20-30% ยังเป็นสัดส่วนที่ใหญ่มากยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นทุกวันนี้การให้บริการของเคอร์รี่จึงผุดสาขาไปทั่วเพราะสามารถตอบโจทย์ให้บริการที่ดีนั่นเอง”
ปัจจุบันกทม.ได้พัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้วยการขยับศูนย์ให้บริการรถขนส่งขนาดใหญ่ออกไปอยู่ในย่านชานเมืองมากขึ้นจากเดิมเปิดให้บริการในย่านใจ กลางเมืองอย่างปทุมวัน เยาวราช ฯลฯ แต่ได้ส่งผลกระทบต่อการจราจร แล้วใช้ระบบเชื่อมโยงขนาด ย่อยเข้ามาให้บริการภายในเมือง
นอกจากนั้นปัจจุบันหลายพื้นที่เร่งยกระดับพื้นที่แต่ละโซนให้เข้าสู่การเป็นพื้นที่นวัตกรรม(Innovation Distric) หรือพื้นที่สมาร์ทซิตีเพื่อขอรับโบนัสพิเศษได้มากขึ้น แตกต่างกับหลายพื้นที่มีความพยายามยกระดับการพัฒนาที่สูงขึ้นไปสู่ระดับ I City หรือระบบ AI เช่นเดียวกับผังเมืองจะตอบโจทย์โลกของการเปลี่ยนแปลงไปสู่คนสูงวัยได้อย่างไรบ้าง
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,411 วันที่ 21 - 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561
ปี 2562 จะมีการประกาศใช้ผังเมืองรวมของกรุงเทพ มหานครพร้อมกับการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพฯ-ปริมณฑลให้เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ดังนั้นกรุงเทพมหา นครมีความพร้อมในเรื่องนี้หรือเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างนั้น ผู้อ่านสามารถหาคำตอบได้ในงาน สัมมนา เรื่อง “ผังเมืองใหม่ เมกะโปรเจ็กต์ :
พลิกโฉมกทม.” ตามที่หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
[caption id="attachment_335667" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งนี้นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ที่น่าสนใจหลายประเด็นไว้โดยสังเขปก่อนที่จะได้ปาฐกถาพิเศษเชิงลึกในงานสัมมนาวันที่ 24 ตุลาคมนี้ว่า เบื้องต้นนั้นหลายคนคงสงสัยว่าหากรถไฟฟ้าไปถึงพื้นที่นั้นๆ ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ตามผังเมืองสีเขียวลาย จะต้องทำอย่างไรต่อไปบ้าง อีกทั้งระยะ 500 เมตรจากสถานีที่ได้รับสิทธิ์การพัฒนาพื้นที่ แต่ระยะเกิน 500 เมตรเป็นต้นไปจะสามารถพัฒนารูปแบบใดได้บ้าง
แนวทางขับเคลื่อนผังเมือง
ระบบการพัฒนาเมืองตามผังเมืองใหม่จะเน้นไปที่การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่จะเป็นการชี้นำการพัฒนาพื้นที่นั้นๆ มองเรื่องโลจิสติกส์ทั้งระบบ เช่นเดียวกับการพัฒนาขนส่งมวลชนระบบรอง ทั้งการเดินเรือในคลองต่างๆ ตลอดจนการขนส่งระยะสั้นรูปแบบต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะต้องยกเครื่องทั้งระบบก็เป็นไปได้ทั้งสิ้นโดยเฉพาะระบบรถเมล์ที่วิ่งระยะทางยาวก็จะปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบฟีดเดอร์ป้อนระบบหลักอย่างรถไฟฟ้าให้มากขึ้น เข้าถึงพื้นที่แต่ละชุมชนมากขึ้น จากรถขนาดใหญ่ยาว 12-15 เมตรก็อาจปรับเป็นรถตู้ขนาด 20 ที่นั่ง เป็นต้น
โดยการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครครั้งนี้ได้ให้การบ้านกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาไปว่าการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเช่น คอนโดมิเนียม 1 หลัง พื้นที่ 1 ไร่ หรือเป็นพื้นที่สีเขียวราว 30% ต้องให้เกิดศักยภาพการพัฒนามากขึ้นได้อย่างไรบ้าง หากรวมกันเป็นพื้นที่ผืนใหญ่ เชื่อว่าจะเกิดมูลค่าเพิ่มจากการจัดเก็บภาษีให้รัฐได้ไม่มากก็น้อย เช่นเดียวกับย่านเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ พระราม 4 โดยเฉพาะย่านโรงงานยาสูบจะกำหนดพื้นที่การพัฒนาให้เต็มศักยภาพได้ อย่างไรบ้างภาพต้องออกมาชัดเจน ดังนั้นการปรับสีผังเมืองจะต้องตอบโจทย์การเดินทางการพัฒนาเมืองได้ด้วย ประการสำคัญปัจจุบันราคาที่ดินแพงมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ได้อย่างไรบ้าง การแลกพื้นที่รูปแบบซื้อสิทธิ์ Transit Development Ride : TDR กระทำได้หรือไม่โดยเฉพาะ ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ เป็นต้น ดังนั้นเมื่อระบบหลักได้รับการพัฒนาและเกิดระบบรองขึ้นมาร่วมก็จะเกิดจุดตัดจำนวนหลายแห่งที่เกิดศักยภาพทางเศรษฐกิจตามมาได้อีก จึงต้องค้นพบให้ได้ว่าจุดเชื่อมต่อล้อ ราง เรือ ระดับต่างๆมีเกิดขึ้นกี่จุด ที่ไหนบ้าง ผังเมืองจะเอื้อต่อการพัฒนาให้เกิดศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างไร
ปัจจุบันศูนย์บางซื่อมีการเชื่อมต่อแล้วไม่น้อยกว่า 2 ล้านคันต่อวันและอาจทะลุถึง 4 ล้านคันต่อวันในระยะเวลาอันรวดเร็วนี้ ดังนั้นหากเชื่อมออกมาสู่เส้นทางภายนอกจะรองรับได้มากน้อยแค่ไหน จะพัฒนาระบบรองรับไว้อย่างไรได้บ้าง ปัจจุบันจะพบว่าระบบรถเมล์เต็มพิกัดแล้ว จะต้องมีระบบซัตเติลเข้าไปรองรับที่เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับระบบตั๋วร่วมที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาให้สามารถใช้กับระบบขนส่งมวลชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ
“ผู้โดยสารบีทีเอสทะลุ 1 ล้านคนต่อวัน ส่วนรถไฟฟ้าใต้ดินทะลุ 4-5 แสนคนต่อวัน ส่วนเรือโดยสารในคลองแสนแสบราว 5-6 หมื่นคนต่อวัน ตลอดจนระบบแท็กซี่ที่มีมากกว่า 1 แสนคัน หรือแม้กระทั่งระบบแอพพลิเคชันต่างๆที่ให้บริการในปัจจุบัน ดังนั้นการจะปรับเปลี่ยนทั้งระบบรัฐบาลจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพราะจะเกิดผลกระทบต่อสัญญาสัมปทานได้ แต่ระบบรถเมล์ ขสมก. ยังมีจำนวนมากถึง 20-30% ยังเป็นสัดส่วนที่ใหญ่มากยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นทุกวันนี้การให้บริการของเคอร์รี่จึงผุดสาขาไปทั่วเพราะสามารถตอบโจทย์ให้บริการที่ดีนั่นเอง”
ปัจจุบันกทม.ได้พัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้วยการขยับศูนย์ให้บริการรถขนส่งขนาดใหญ่ออกไปอยู่ในย่านชานเมืองมากขึ้นจากเดิมเปิดให้บริการในย่านใจ กลางเมืองอย่างปทุมวัน เยาวราช ฯลฯ แต่ได้ส่งผลกระทบต่อการจราจร แล้วใช้ระบบเชื่อมโยงขนาด ย่อยเข้ามาให้บริการภายในเมือง
นอกจากนั้นปัจจุบันหลายพื้นที่เร่งยกระดับพื้นที่แต่ละโซนให้เข้าสู่การเป็นพื้นที่นวัตกรรม(Innovation Distric) หรือพื้นที่สมาร์ทซิตีเพื่อขอรับโบนัสพิเศษได้มากขึ้น แตกต่างกับหลายพื้นที่มีความพยายามยกระดับการพัฒนาที่สูงขึ้นไปสู่ระดับ I City หรือระบบ AI เช่นเดียวกับผังเมืองจะตอบโจทย์โลกของการเปลี่ยนแปลงไปสู่คนสูงวัยได้อย่างไรบ้าง
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,411 วันที่ 21 - 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561








