thansettakij
thansettakij
ประชุมรัฐมนตรีเอเปกรวมผลงานทั้งปีเสนอเวทีผู้นำ

ประชุมรัฐมนตรีเอเปกรวมผลงานทั้งปีเสนอเวทีผู้นำ

06 พ.ย. 60 | 12:00 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ย. 60 | 19:00 น.
รัฐมนตรีพาณิชย์ ร่วมประชุมรัฐมนตรีเอเปก และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก 8-11 พ.ย.นี้ที่เวียดนาม หัวข้อหลัก “การสร้างพลวัตรใหม่และการส่งเสริมอนาคตร่วมกันของเอเชีย-แปซิฟิก”

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมรัฐมนตรีเอเปกและผู้นำเอเปกเป็นการประชุมที่สำคัญ และถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งจะรวบรวมผลงานระดับเจ้าหน้าที่ที่ได้ดำเนินการมาตลอดปี นำเสนอระดับรัฐมนตรีและผู้นำรับทราบ และให้ข้อสั่งการเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการต่อไป ในการประชุมครั้งนี้รัฐมนตรีเอเปกจะมีการหารือประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค แนวทางเร่งดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายโบกอร์ของการค้าการลงทุนที่เสรีภายในปี 2563 และการดำเนินการร่วมกันของเอเปกหลังปี 2563 ให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา

ทั้งนี้ ในปี 2563 เป้าหมายโบกอร์ซึ่งเป็นแก่นของการทำงานเอเปกกำลังจะสิ้นสุดลง รวมถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีปัจจัยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีใหม่ๆ เอเปกจึงต้องทบทวนบทบาทและการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา เปรูซึ่งเป็นเจ้าภาพเอเปก ได้จัดการหารือเรื่อง APEC toward 2020 and beyond เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ของเอเปกหลังปี 2563 ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ เวียดนามจะได้สานต่อการทำงานในหัวข้อนี้ด้วย
นอกจากนี้ เอเปกยังให้ความสำคัญกับการจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) เพื่อสนับสนุนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ซึ่งเอเปกได้เริ่มมีการพูดคุยกันแล้ว โดยมุ่งหวังให้เป็นความตกลงที่มีมาตรฐานสูง ครอบคลุม และเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน

“เอเปกถือเป็นกลไกความร่วมมือที่จะช่วยให้ไทยเข้าถึงมาตรฐานระหว่างประเทศที่ทันสมัยในด้านต่างๆ และส่งเสริมการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ผ่านโครงการเสริมสร้างความสามารถ ความร่วมมือด้านวิชาการ และความร่วมมือด้านกฎระเบียบ โดยตั้งอยู่บนหลักความสมัครใจ อีกทั้งไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการเป็นสมาชิกเอเปกเพื่อผลักดันเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญ และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศของไทย เช่น การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของ MSMEs การส่งเสริมเศรษฐกิจอินเตอร์เน็ตและเศรษฐกิจดิจิทัล การส่งเสริมนวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง เป็นต้น” นางอภิรดี กล่าว

สำหรับเอเปกเป็นกรอบความร่วมมือของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วย สมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ คือ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัว-นิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา และเป็นกลุ่มคู่ค้าที่สำคัญของไทย โดยในปี 2559 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปกมีมูลค่า 286,913.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 69.98 ของการค้ารวมของไทย เป็นการส่งออก 147,108.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 68.32 และการนำเข้า 139,804.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 71.82 ส่วนในปี 2560 (มกราคม-กันยายน) การค้าระหว่างไทยกับเอเปกมีมูลค่า 235,772.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 69.62 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย โดยเป็นการส่งออก 121,217.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้า 114,554.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ