
สมาคมเลี้ยงสุกรจี้พาณิชย์ห้ามนำเข้าเนื้อหมูสหรัฐฯเด็ดขาด
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยื่นหนังสือให้พาณิชย์พิจารณาห้ามนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐเหตุมีสารเร่งเนื้อแดงผิดกฎหมายในไทย หวั่นนำเข้าเพิ่มกระทบผู้เลี้ยง ทำราคาหมูตกต่ำ
จากกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ด้วยการพยายามให้ไทยรับสินค้าเนื้อสุกรจากสหรัฐ
วันนี้(13 ก.ค.60)นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ พร้อมด้วยสมาชิกสมาคมที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงพาณิชย์เพื่อขอให้พิจารณาห้ามนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ โดยมีนายณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้รับหนังสือ
โดยนายสุรชัย กล่าวว่า จากกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ด้วยการพยายามให้ไทยรับสินค้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯนั้น สมาคมและสมาชิก ขอคัดค้านการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ เพราะเนื้อสุกรจากสหรัฐฯมีการใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งถือเป็นสารต้องห้ามตามบัญญัติและกำหนดบทลงโทษในกฎหมายไทยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่อุตสาหกรรมสุกรของไทย มีการพัฒนาด้านสุขอนามัย มาตรฐานสินค้า มาตรฐานฟาร์ม ซึ่งผลผลิตในแต่ละปี มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ โดยปริมาณผลผลิตในแต่ละปีมีมากกว่าความต้องการประมาณ 4-5% และต้องส่งออก ดังนั้นหากมีการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐ อาจจะเป็นการซ้ำรอยอย่างประเทศเวียดนาม ที่ทำให้เนื้อสุกรภายในประเทศล้นตลาด และมีราคาตกต่ำ
“สมาคมอยากให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันการห้ามนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ อย่างเด็ดขาด และปกป้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และทางการเกษตรด้วย และในสัปดาห์หน้าจะไปยื่นหนังสือให้กรมปศุสัตว์พิจารณาให้มีการอบรมเกี่ยวกับอันตรายในการใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคที่จะทำให้ไทยเป็นครัวของโลก และการส่งเสริมให้สินค้าอาหารของไทย ได้มาตรฐานความปลอดภัย”
ทั้งนี้ปัจจุบันเกษตรกรมีการเลี้ยงสุกรทั่วประเทศกว่า 15 ล้านตัว ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ปัจจุบันอยู่ที่ 55-58 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม แต่ผู้เลี้ยงยังสามารถอยู่ได้ด้วยการพยายามลดต้นทุน
จากกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ด้วยการพยายามให้ไทยรับสินค้าเนื้อสุกรจากสหรัฐ
วันนี้(13 ก.ค.60)นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ พร้อมด้วยสมาชิกสมาคมที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงพาณิชย์เพื่อขอให้พิจารณาห้ามนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ โดยมีนายณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้รับหนังสือ
โดยนายสุรชัย กล่าวว่า จากกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ด้วยการพยายามให้ไทยรับสินค้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯนั้น สมาคมและสมาชิก ขอคัดค้านการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ เพราะเนื้อสุกรจากสหรัฐฯมีการใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งถือเป็นสารต้องห้ามตามบัญญัติและกำหนดบทลงโทษในกฎหมายไทยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่อุตสาหกรรมสุกรของไทย มีการพัฒนาด้านสุขอนามัย มาตรฐานสินค้า มาตรฐานฟาร์ม ซึ่งผลผลิตในแต่ละปี มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ โดยปริมาณผลผลิตในแต่ละปีมีมากกว่าความต้องการประมาณ 4-5% และต้องส่งออก ดังนั้นหากมีการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐ อาจจะเป็นการซ้ำรอยอย่างประเทศเวียดนาม ที่ทำให้เนื้อสุกรภายในประเทศล้นตลาด และมีราคาตกต่ำ
“สมาคมอยากให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันการห้ามนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐฯ อย่างเด็ดขาด และปกป้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และทางการเกษตรด้วย และในสัปดาห์หน้าจะไปยื่นหนังสือให้กรมปศุสัตว์พิจารณาให้มีการอบรมเกี่ยวกับอันตรายในการใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคที่จะทำให้ไทยเป็นครัวของโลก และการส่งเสริมให้สินค้าอาหารของไทย ได้มาตรฐานความปลอดภัย”
ทั้งนี้ปัจจุบันเกษตรกรมีการเลี้ยงสุกรทั่วประเทศกว่า 15 ล้านตัว ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ปัจจุบันอยู่ที่ 55-58 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม แต่ผู้เลี้ยงยังสามารถอยู่ได้ด้วยการพยายามลดต้นทุน








