
กรมชลฯเร่งระบายน้ำท่วมขัง หลังเกิดฝนตกหนัก
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) พบว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นในระยะนี้ โดยปริมาณฝนสูงสุดวัดได้วานนี้(28 มิ.ย. 60) 3 อันดับ ได้แก่ อ.เมือง จ.เชียงราย 70.8 มิลลิเมตร อ่างเก็บน้ำซับประดู่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 70 มิลลิเมตร และสถานีตรวจอากาศเกษตรเชียงราย อ.เมืองเชียงราย 65.2 มิลลิเมตร
[caption id="attachment_171447" align="aligncenter" width="503"]
สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักต่างๆ ส่วนใหญ่ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งค่อนข้างมาก เนื่องจากขณะนี้ได้เข้าสู่ภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้มีฝนตกน้อยลง แม่น้ำสายหลักต่างๆ จึงสามารถรองรับน้ำได้อย่างปลอดภัย โดยในวันนี้ (29 มิ.ย. 60) มีปริมาณน้ำไหลผ่านในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 507 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 7.46 เมตร และมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 184 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ในส่วนของสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ ปัจจุบัน(29 มิ.ย. 60) มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,910 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 56 มีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2559 รวม 9,449 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพียงพอใช้ตลอดฤดูฝนนี้ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 33,300 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีปริมาณน้ำมาก 8 แห่ง คือ เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนน้ำพุง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนทับเสลา เขื่อนกระเสียว และเขื่อนหนองปลาไหล กรมชลประทาน ได้ให้โครงการชลประทานในพื้นที่ลดระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อเตรียมรองรับฝนที่จะตกลงมาอีก








