
ส.ป.ก. ลงพื้นที่สระแก้ว หนุน 63 รายเลี้ยงโคเนื้อ
วันนี้(วันที่ 15 มิ.ย.) นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)พร้อมด้วยนายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจติดตาม แปลงที่ดิน No 2879 ซึ่งตั้งอยู่บ้านหนองแอก หมู่ที่ 14 ตำบลหนองม่วง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีเนื้อที่ 655-0-09 ไร่ มีราษฏรที่ได้รับการจัดที่ดิน รวม 63 ราย ซึ่ง ส.ป.ก. มีแผนการพัฒนาในพื้นที่ โดยส่งเสริมให้ราษฏรเลี้ยงโคเนื้อ แบบปราณีต(โคบาลบูรพา) ส่วนแปลงพื้นที่เกษตรแปลงรวม ได้ส่งเสริมการปลูกหญ้าเนเปียร์ เพื่อเป็นอาหารสัตว์ ลดต้นทุนการผลิต
2.พัฒนาระบบแพร่กระจายน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่อยู่อาศัย จัดตั้งหอถังสูง จำนวน 1 แห่ง ขนาดความจุ 64 ลบ.ม. สูง 12 ม. ก่อสร้างโรงสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ โดยท่อ ชนิดท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.250 ม. ความยาว 4.50 กม. อีกทั้งได้จัดระบบผันน้ำจากนอกพื้นที่ โดยมีอาคารบังคับน้ำจำนวน 1 แห่ง (ลักษณะเป็นท่อระบายน้ำ ขนาด 2x2.5x2.5 เมตร)
3. ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีต(โคบาลบูรพา) 4. ปลูกพื้นอาหารสัตว์ โดยใช้พื้นที่แปลงเกษตรรวม 69 ไร่ 5. บริหารแหล่งน้ำเพื่อชุมชน โดยใช้พื้นที่แหล่งน้ำชลประทาน 6. ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อพลาสติก (กบ ปลาดุกบิ๊กอุย) 7. จัดตั้งสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน 8. จัดสร้างอาคารอเนกประสงค์สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน 9. ส่งเสริมการเกษตรแบบพอเพียงโดยใช้พื้นที่ 5 ไร่ 10. ส่งเสริมการปลูกหม่อนเพื่อการแปรรูปและเสริมสร้างรายได้แก่เกษตรกร 11. ปรับปรุงบำรุงดินด้วยพื้นปุ๋ยสด 12. ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ 13. สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์
เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวเสริมว่า ส.ป.ก. ยังดำเนินการจัดหาพัฒนาระบบไฟฟ้าและจัดหาบ่อบาดาล เพื่ออุปโภค บริโภค จัดอบรมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์(หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์จัดตั้งใหม่) และส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การคัดเลือกเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย คือ 1.ผู้อพยพโยกย้ายจากพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ 2.ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของทางราชการ
3.เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินในท้องถิ่น และขึ้นทะเบียนกับ ส.ป.ก. และหน่วยงานอื่น และ4.เกษตรกรรุ่นใหม่ของ ส.ป.ก.เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนา(จำนวนแปลงที่จัดสรรให้เกษตรกรรุ่นใหม่ ไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนแปลงที่ดินที่จัดสรรทั้งหมด และขนาดเนื้อที่ที่จัดสรรให้แต่ละรายไม่เกินกึ่งหนึ่งของเนื้อที่จัดสรรให้เกษตรกรทั่วไปในพื้นที่นั้น)











