
กกพ. เผยยอดรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติโซลาร์ฟาร์ม 639 ราย
นายวีรพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า มีหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตร ที่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นเจ้าของโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร หรือโซลาร์ฟาร์ม ในเฟส 2 จำนวนทั้งสิ้น 639 ราย หรือคิดเป็นปริมาณการเสนอขายไฟฟ้ารวมทุกเขตพื้นที่ เป็นจำนวน 3,119.34 เมกะวัตต์ จากหน่วยงานที่ยื่นเรื่องเข้ามา ทั้งสิ้น 720 ราย รวม 3,510.46 เมกะวัตต์
โดยมีรายละเอียด แบ่งเป็น โซลาร์ฟาร์มหน่วยงานราชการ ได้แก่ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เสนอ 3 ราย แต่ไม่ผ่านคุณสมบัติ ,องค์การที่รัฐจัดตั้งขึ้น(ไม่รวมองค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจ) เสนอ 37 ราย ผ่านคุณสมบัติ 26 ราย เสนอขายไฟฟ้ารวม 130 เมกะวัตต์ ขณะที่โซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ภาคการเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร/สหกรณ์นิคม/สหกรณ์ประมง เสนอ 680 ราย แต่ผ่านคุณสมบัติ 613 ราย เสนอขายไฟฟ้ารวม 2,989.34 เมกะวัตต์
ดังนั้นรวมผู้เสนอมาทั้งสิ้น 720 ราย แต่ผ่านคุณสมบัติ 639 ราย รวมเสนอขายไฟฟ้าทั้งสิ้น 3,119.34 เมกะวัตต์
ส่วนข้อมูลการเสนอขอขายไฟฟ้า สำหรับปริมาณเสนอขายในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ผู้ผ่านคุณสมบัติได้ยื่นมามีรายละเอียดเป้าหมายการจัดหาไฟฟ้าและยอดรวมเสนอขาย ได้ดังนี้ การไฟฟ้านครหลวง มีจำนวนผู้ยื่นขายไฟฟ้า 5 ราย รวม 25 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 634 ราย รวม 3,094.34 เมกะวัต์
สำหรับจำนวนหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตรที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ 81 รายนั้น จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ได้ยื่นมา พบว่า เอกสารหลักฐานไม่สอดคล้องกับตามคุณสมบัติของหลักเกณฑ์ในประกาศฯ
“สำหรับขั้นตอนต่อไป กกพ. ได้กำหนดวันจับสลากเพื่อคัดเลือกผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ โดยจะเป็นการจับสลาก ต่อหน้าสักขีพยาน ในวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2560 ณ ห้องประชุมฮอลล์ (HALL) 105 ชั้น 1 ศูนย์ประชุมนานาชาติไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 09.30 น. โดยกำหนดประกาศผลการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ ปิดประกาศที่สำนักงานและทางเว็บไซต์ ในวัน 28 มิถุนายน 2560 เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 ให้ผู้ผ่านการคัดเลือกดำเนินการหาผู้ร่วมลงทุนโครงการของหน่วยงานราชการ และผู้สนับสนุนโครงการของสหกรณ์ภาคการเกษตร เพื่อมายื่นคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟฟ้าต่อไป ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจับสลากเพิ่มเติมได้ที่ www.erc.or.th” นายวีระพล กล่าว
โดยมีรายละเอียด แบ่งเป็น โซลาร์ฟาร์มหน่วยงานราชการ ได้แก่ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เสนอ 3 ราย แต่ไม่ผ่านคุณสมบัติ ,องค์การที่รัฐจัดตั้งขึ้น(ไม่รวมองค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจ) เสนอ 37 ราย ผ่านคุณสมบัติ 26 ราย เสนอขายไฟฟ้ารวม 130 เมกะวัตต์ ขณะที่โซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ภาคการเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร/สหกรณ์นิคม/สหกรณ์ประมง เสนอ 680 ราย แต่ผ่านคุณสมบัติ 613 ราย เสนอขายไฟฟ้ารวม 2,989.34 เมกะวัตต์
ส่วนข้อมูลการเสนอขอขายไฟฟ้า สำหรับปริมาณเสนอขายในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ผู้ผ่านคุณสมบัติได้ยื่นมามีรายละเอียดเป้าหมายการจัดหาไฟฟ้าและยอดรวมเสนอขาย ได้ดังนี้ การไฟฟ้านครหลวง มีจำนวนผู้ยื่นขายไฟฟ้า 5 ราย รวม 25 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 634 ราย รวม 3,094.34 เมกะวัต์
สำหรับจำนวนหน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตรที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ 81 รายนั้น จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ได้ยื่นมา พบว่า เอกสารหลักฐานไม่สอดคล้องกับตามคุณสมบัติของหลักเกณฑ์ในประกาศฯ
“สำหรับขั้นตอนต่อไป กกพ. ได้กำหนดวันจับสลากเพื่อคัดเลือกผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ โดยจะเป็นการจับสลาก ต่อหน้าสักขีพยาน ในวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2560 ณ ห้องประชุมฮอลล์ (HALL) 105 ชั้น 1 ศูนย์ประชุมนานาชาติไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 09.30 น. โดยกำหนดประกาศผลการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ ปิดประกาศที่สำนักงานและทางเว็บไซต์ ในวัน 28 มิถุนายน 2560 เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 ให้ผู้ผ่านการคัดเลือกดำเนินการหาผู้ร่วมลงทุนโครงการของหน่วยงานราชการ และผู้สนับสนุนโครงการของสหกรณ์ภาคการเกษตร เพื่อมายื่นคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟฟ้าต่อไป ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจับสลากเพิ่มเติมได้ที่ www.erc.or.th” นายวีระพล กล่าว








