thansettakij
thansettakij
กนอ.จับมือกรมชลฯจัดหาน้ำรับลงทุนในอีอีซี

กนอ.จับมือกรมชลฯจัดหาน้ำรับลงทุนในอีอีซี

14 มิ.ย. 60 | 07:36 น.
อัปเดตล่าสุด :14 มิ.ย. 60 | 14:36 น.
กนอ. เดินหน้าสร้างความพร้อมจัดหาน้ำป้อนเข้าสู่สถานประกอบการ ในพื้นที่นิคมฯภาคตะวันออก ล่าร่วมกับ กรมชลประทาน วางแนวทางการบริหารจัดการน้ำต่อความต้องงการของภาคอุตสาหกรรมให้เพียงพอ

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) ที่ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นโครงการที่รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดการพัฒนาประเทศ ในอนาคต เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่อีอีซี นอกจากกนอ.จะเตรียมความพร้อมด้านจัดหาพื้นที่แล้ว ยังเตรียมความพร้อมด้านปริมาณน้ำจะเป็นส่วนสนับสนุนต่อกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ดังนั้น กนอ. จึงร่วมกับ กรมชลประทาน หารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ หากมีการลงทุนในพื้นที่ EEC กนอ.คาดว่าจะมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากการใช้น้ำในปัจจุบันของทุกนิคมฯที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 5 แสนลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 180 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี 3

ปัจจุบันในพื้นที่ภาคตะวันออกมีอ่างกักเก็บน้ำ จำนวน 3 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำดอกกลาย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ โดยอ่างเก็บน้ำดอกกลายปัจจุบันมีน้ำประมาณ 58 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็น 73% จากระดับกักเก็บน้ำสูงสุดที่ 79 ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลมีปริมาณน้ำ ประมาณ 134 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็น 82% จากระดับกักเก็บน้ำสูงสุดที่ 163 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่มีปริมาณน้ำประมาณ 33 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 82 % จากความจุสูงสุดประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจากกรมชลประทาน ทั้ง 3 อ่างเก็บน้ำหลักมีปริมาณน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีปริมาณน้ำรวม ประมาณ 79 % ของความจุเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีทีผ่านมามีปริมาณน้ำเพียง 37 % ของความจุ ซึ่งจะเห็นว่าในปีนี้สถานการณ์น้ำค่อนข้างดีมาก เนื่องจากในช่วงเดือนพฤษภาคมมีปริมาณฝนตกต่อเนื่อง

นอกจากนั้น กนอ.ดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่นิคมฯมาบตาพุด ที่สามารถรองรับน้ำได้ ประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะเดียวกัน กนอ.ขอให้ผู้ประกอบการในนิคมฯนำน้ำที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เป็นการสร้างความมั่นคงในด้านการบริหารจัดการน้ำให้กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ