
เอสเอ็มอีภาคตะวันออกแห่ขอเงินช่วยเหลือ
กระทรวงอุตสาหกรรม เดินสายเปิด“คลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐ” ภาคตะวันออก สร้างคงวามเช้าใจหนุนเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน มีผู้ประกอบการแห่ขอกว่า 1.2 พันล้านบาท
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 หน่วยงานเครือข่ายการพัฒนาเอสเอ็มอี ได้เปิดคลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐในพื้นที่ จ.ชลบุรี นับเป็นครั้งที่ 3 จากก่อนหน้าที่นำร่องไปแล้วที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดเชียงใหม่ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับหน่วยงานบูรณาการในการสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจภายใน
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ที่ต้องการนำมาเพิ่มศักยภาพให้กับเอสเอ็มอีไทย ผ่าน 3 กองทุนหลัก ได้แก่ 1.กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐวงเงิน 20,000 ล้านบาท 2. โครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan วงเงิน 15,000 ล้านบาท 3. เงินทุนที่บริหารโดย สสว. ได้แก่ โครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อมวงเงิน 1,000 ล้านบาท โครงการฟื้นฟูวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมวงเงิน 2,000 ล้านบาท และโครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อ Micro SMEs 200,000 บาท ซึ่งนับเป็นช่องทางที่จะทำให้เอสเอ็มอีทุกระดับมีช่องทางในการแสวงหาแหล่งเงินทุนในการนำไปพัฒนาธุรกิจ ทั้งการเสริมสภาพคล่องและการยกระดับผลิตภัณฑ์
พร้อมกันนี้ ยังมีการช่วยเหลือที่ไม่ได้เป็นเงินทุนด้วยการอบรมเสริมทักษะต่างๆ ให้ผู้ประกอบการ เช่น เรื่องของการตลาดสมัยใหม่ หรือ Digital Marketing รวมถึงการผลิต การบริหารจัดการหรือแม้แต่เรื่องของบัญชีและการเงินซึ่งเป็นส่วนสำคัญ และจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“ขณะนี้มีผู้ประกอบการกลุ่มพื้นที่ภาคกลางตอนกลาง ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี และระยอง ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือเข้ามาแล้วจำนวน 253 ราย วงเงิน 1,260.80 ล้านบาท จากเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อทั้งสิ้น 293 ราย วงเงิน 879 ล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการให้การตอบรับเป็นอย่างดี และได้มีการอนุมัติไปแล้ว 42 ราย วงเงิน 128.7 ล้านบาท พร้อมทั้งที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งจะได้มีการเร่งรัดให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายอุตตม กล่าว
สำหรับ SMEs ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายพื้นที่ 4 จังหวัด ที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการ โดยจังหวัดชลบุรี มีจำนวน SMEs ประมาณ 85,822 ราย จังหวัดระยอง จำนวน 34,143 ราย จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 5,927 ราย และจังหวัดฉะเชิงเทรา ประมาณ 1,400 ราย
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมหลักของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกที่สำคัญมี 5 ประเภท 1) กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 2) กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3) กลุ่มปิโตรและเคมีภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่ใน 3 กลุ่มแรกจะอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และระยอง 4) กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด 5) กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม จังหวัดชลบุรี ดังนั้นการสนับสนุนเอสเอ็มอีให้เข้มแข็งจะเป็นการสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมโดยรวมในพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาคลัสเตอร์ที่เข้มแข็งไปด้วย
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 หน่วยงานเครือข่ายการพัฒนาเอสเอ็มอี ได้เปิดคลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐในพื้นที่ จ.ชลบุรี นับเป็นครั้งที่ 3 จากก่อนหน้าที่นำร่องไปแล้วที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดเชียงใหม่ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับหน่วยงานบูรณาการในการสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจภายใน
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ที่ต้องการนำมาเพิ่มศักยภาพให้กับเอสเอ็มอีไทย ผ่าน 3 กองทุนหลัก ได้แก่ 1.กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐวงเงิน 20,000 ล้านบาท 2. โครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan วงเงิน 15,000 ล้านบาท 3. เงินทุนที่บริหารโดย สสว. ได้แก่ โครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อมวงเงิน 1,000 ล้านบาท โครงการฟื้นฟูวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมวงเงิน 2,000 ล้านบาท และโครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อ Micro SMEs 200,000 บาท ซึ่งนับเป็นช่องทางที่จะทำให้เอสเอ็มอีทุกระดับมีช่องทางในการแสวงหาแหล่งเงินทุนในการนำไปพัฒนาธุรกิจ ทั้งการเสริมสภาพคล่องและการยกระดับผลิตภัณฑ์
พร้อมกันนี้ ยังมีการช่วยเหลือที่ไม่ได้เป็นเงินทุนด้วยการอบรมเสริมทักษะต่างๆ ให้ผู้ประกอบการ เช่น เรื่องของการตลาดสมัยใหม่ หรือ Digital Marketing รวมถึงการผลิต การบริหารจัดการหรือแม้แต่เรื่องของบัญชีและการเงินซึ่งเป็นส่วนสำคัญ และจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“ขณะนี้มีผู้ประกอบการกลุ่มพื้นที่ภาคกลางตอนกลาง ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี และระยอง ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือเข้ามาแล้วจำนวน 253 ราย วงเงิน 1,260.80 ล้านบาท จากเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อทั้งสิ้น 293 ราย วงเงิน 879 ล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการให้การตอบรับเป็นอย่างดี และได้มีการอนุมัติไปแล้ว 42 ราย วงเงิน 128.7 ล้านบาท พร้อมทั้งที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งจะได้มีการเร่งรัดให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายอุตตม กล่าว
สำหรับ SMEs ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายพื้นที่ 4 จังหวัด ที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการ โดยจังหวัดชลบุรี มีจำนวน SMEs ประมาณ 85,822 ราย จังหวัดระยอง จำนวน 34,143 ราย จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 5,927 ราย และจังหวัดฉะเชิงเทรา ประมาณ 1,400 ราย
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมหลักของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกที่สำคัญมี 5 ประเภท 1) กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 2) กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3) กลุ่มปิโตรและเคมีภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่ใน 3 กลุ่มแรกจะอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และระยอง 4) กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด 5) กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม จังหวัดชลบุรี ดังนั้นการสนับสนุนเอสเอ็มอีให้เข้มแข็งจะเป็นการสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมโดยรวมในพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาคลัสเตอร์ที่เข้มแข็งไปด้วย








