
สศอ.เผยนโยบายการค้า”ทรัมป์”ไทยเสี่ยงต่ำ
สศอ.เผยผลการศึกษานโยบายการค้า”ทรัมป์” สหรัฐ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยเพียงเล็กน้อย สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของไทยมีการผลิตภายในสหรัฐต่ำ ชี้สถานการณ์โดยรวมค่อนข้างดีกว่าประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน
นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า จากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีนโยบายปรับเปลี่ยนด้านการค้าในหลาย ๆ ด้าน และเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 ประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกคำสั่งพิเศษ (Executive Order) เพื่อตรวจสอบและเพ่งเล็งดุลการค้าระหว่างประเทศ ที่มี 16 ประเทศ ที่สหรัฐขาดดุลการค้า รวมถึงประเทศไทยที่ถูกรวมเข้าไปในกลุ่มดังกล่าวด้วยนั้น
ทั้งนี้ จากการศึกษาผลกระทบดังกล่าวร่วมกับศูนย์การศึกษาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าอุตสาหกรรมไทยได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสินค้าไทยส่วนมากเป็นสินค้าที่สหรัฐอเมริกามีการผลิตในประเทศต่ำ และยังต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากไทยอยู่
[caption id="attachment_156991" align="aligncenter" width="503"]
นายโดนัลด์ ทรัมป์[/caption]
โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับท้าย ๆ ที่สหรัฐอเมริกามีการค้าขาดดุลด้วย โดยสินค้า 6 อันดับแรกที่นำเข้าจากไทยมากที่สุด ประกอบด้วย เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยางพารา เครื่องประดับ ยานยนต์ และเครื่องแต่งกาย ตามลำดับ
แต่เมื่อคำนวณอัตราส่วนการส่งออกต่อการนำเข้า (Export to Import Ratio : EXIM) ของสหรัฐอเมริกากับไทย พบว่ามีอัตราส่วนที่ 0.36 หรือ สหรัฐอเมริกาส่งออกมาไทยน้อยกว่านำเข้าจากไทย 64 % สหรัฐอเมริกาจึงพยายามหาทางลดอัตราส่วนดังกล่าว เพื่อลดการขาดดุลทางการค้าระหว่างประเทศ
ดังนั้น การออกคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยเพียงเล็กน้อย โดยสถานการณ์ของไทยค่อนข้างดีกว่าประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจของสหรัฐมีสัดส่วนการผลิตเพียง 12 % ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ รวมถึงสินค้าไทยส่วนมากเป็นสินค้าที่สหรัฐอเมริกามีการผลิตในประเทศต่ำ จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าอยู่มาก
โดยโอกาสในการถูกเพ่งเล็งในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร เครื่องกล คอมพิวเตอร์ เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 30.8% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการผลิตสินค้าประเภทนี้ในสหรัฐอเมริกาสูง คิดเป็นสัดส่วน 19.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งสหรัฐฯ มีอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้าประเภทนี้จากไทย 84% แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดไม่สูงมากนัก ที่ 2.4% โดยอยู่ในอันดับที่ 9 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง
เครื่องจักรไฟฟ้า/อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 24.7% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีการผลิตสินค้าประเภทนี้ภายในสหรัฐ เป็นสัดส่วนที่ไม่สูงที่ 2.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคอุตสาหกรรม รวมถึงประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกา เพียง 2.4% โดยอยู่ในอันดับที่ 8 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง
ผลิตภัณฑ์จากยางพารา เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 10.8% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งในระดับปานกลาง ถึงแม้ว่าการผลิตสินค้าประเภทนี้ภายในสหรัฐเป็นสัดส่วนไม่สูงที่ 3.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคอุตสาหกรรม แต่ทว่าสหรัฐอเมริกา มีอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากไทยที่ 96%รวมถึงประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 9.42% โดยอยู่ในอันดับที่ 3 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง เป็นรองพียงประเทศจีนและแคนาดา ตามลำดับ
อัญมณีและเครื่องประดับ/รัตนชาติ/ไข่มุก เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 6.0% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งในระดับปานกลาง เนื่องจากมีอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากไทยที่ 73% ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากโลกเพียง 13% แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 2.6% อยู่ในอันดับที่ 12 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง
ยานยนต์และส่วนประกอบ เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 5.0% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งเล็กน้อย เนื่องจากอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากไทยที่ 60% โดยคิดเป็นอันดับที่ 10
เครื่องแต่งกายที่ถักแบบนิตหรือแบบโครเซร์ เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 3.1% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งเล็กน้อย เนื่องจากการผลิตสินค้าประเภทนี้ภายในสหรัฐมีสัดส่วนที่ต่ำที่ 0.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1.54% อยู่ในอันดับที่ 16 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง
นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า จากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีนโยบายปรับเปลี่ยนด้านการค้าในหลาย ๆ ด้าน และเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 ประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกคำสั่งพิเศษ (Executive Order) เพื่อตรวจสอบและเพ่งเล็งดุลการค้าระหว่างประเทศ ที่มี 16 ประเทศ ที่สหรัฐขาดดุลการค้า รวมถึงประเทศไทยที่ถูกรวมเข้าไปในกลุ่มดังกล่าวด้วยนั้น
ทั้งนี้ จากการศึกษาผลกระทบดังกล่าวร่วมกับศูนย์การศึกษาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าอุตสาหกรรมไทยได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสินค้าไทยส่วนมากเป็นสินค้าที่สหรัฐอเมริกามีการผลิตในประเทศต่ำ และยังต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากไทยอยู่
[caption id="attachment_156991" align="aligncenter" width="503"]
โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับท้าย ๆ ที่สหรัฐอเมริกามีการค้าขาดดุลด้วย โดยสินค้า 6 อันดับแรกที่นำเข้าจากไทยมากที่สุด ประกอบด้วย เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยางพารา เครื่องประดับ ยานยนต์ และเครื่องแต่งกาย ตามลำดับ
แต่เมื่อคำนวณอัตราส่วนการส่งออกต่อการนำเข้า (Export to Import Ratio : EXIM) ของสหรัฐอเมริกากับไทย พบว่ามีอัตราส่วนที่ 0.36 หรือ สหรัฐอเมริกาส่งออกมาไทยน้อยกว่านำเข้าจากไทย 64 % สหรัฐอเมริกาจึงพยายามหาทางลดอัตราส่วนดังกล่าว เพื่อลดการขาดดุลทางการค้าระหว่างประเทศ
ดังนั้น การออกคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยเพียงเล็กน้อย โดยสถานการณ์ของไทยค่อนข้างดีกว่าประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจของสหรัฐมีสัดส่วนการผลิตเพียง 12 % ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ รวมถึงสินค้าไทยส่วนมากเป็นสินค้าที่สหรัฐอเมริกามีการผลิตในประเทศต่ำ จึงมีความจำเป็นต้องนำเข้าอยู่มาก
โดยโอกาสในการถูกเพ่งเล็งในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร เครื่องกล คอมพิวเตอร์ เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 30.8% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งค่อนข้างสูง เนื่องจากมีการผลิตสินค้าประเภทนี้ในสหรัฐอเมริกาสูง คิดเป็นสัดส่วน 19.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งสหรัฐฯ มีอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้าประเภทนี้จากไทย 84% แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดไม่สูงมากนัก ที่ 2.4% โดยอยู่ในอันดับที่ 9 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง
เครื่องจักรไฟฟ้า/อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 24.7% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีการผลิตสินค้าประเภทนี้ภายในสหรัฐ เป็นสัดส่วนที่ไม่สูงที่ 2.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคอุตสาหกรรม รวมถึงประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกา เพียง 2.4% โดยอยู่ในอันดับที่ 8 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง
ผลิตภัณฑ์จากยางพารา เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 10.8% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งในระดับปานกลาง ถึงแม้ว่าการผลิตสินค้าประเภทนี้ภายในสหรัฐเป็นสัดส่วนไม่สูงที่ 3.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคอุตสาหกรรม แต่ทว่าสหรัฐอเมริกา มีอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากไทยที่ 96%รวมถึงประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 9.42% โดยอยู่ในอันดับที่ 3 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง เป็นรองพียงประเทศจีนและแคนาดา ตามลำดับ
อัญมณีและเครื่องประดับ/รัตนชาติ/ไข่มุก เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 6.0% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งในระดับปานกลาง เนื่องจากมีอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากไทยที่ 73% ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีอัตราการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากโลกเพียง 13% แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 2.6% อยู่ในอันดับที่ 12 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง
เครื่องแต่งกายที่ถักแบบนิตหรือแบบโครเซร์ เป็นสินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 3.1% จากสินค้าที่ส่งออกยังสหรัฐอเมริกา โดยมีโอกาสโดนเพ่งเล็งเล็กน้อย เนื่องจากการผลิตสินค้าประเภทนี้ภายในสหรัฐมีสัดส่วนที่ต่ำที่ 0.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1.54% อยู่ในอันดับที่ 16 ที่สหรัฐอเมริกานำเข้าสูง











