
ครม.อนุมัติหลักการร่างพ.ร.ก.เดินเรือ เพื่อรองรับการตรวจประเมินของ IMO
ครม.อนุมัติหลักการร่างพ.ร.ก.การเดินเรือและพ.ร.ก.เรือไทย ลุ้นสคก.พิจารณาก่อนเสนอประกาศใช้ให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันหวังปรับปรุงกฏหมายการเดินเรือและกฏหมายเรือไทยและปรับปรุงโครงสร้างกฏหมายเรือไทยทั้งระบบเพื่อรองรับการตรวจประเมินของ IMO ในเดือนกรกฎาคมนี้เพื่อยกระดับการประมงของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในส่วนของกระทรวงคมนาคมว่าครม.ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกำหนดการเดินเรือ พ.ศ. ....และร่างพระราชกำหนดเรือไทย พ.ศ.....และอนุมัติให้ถอนร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 พ.ศ....และร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 พ.ศ....ตามมติครม.(7 มีนาคม 2560) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา(สคก.)
โดยเหตุที่ต้องขออนุมัติหลักการดังกล่าวสืบเนื่องจากกรมเจ้าท่าได้เสนอให้มีการแก้ไขในหลายจุดและเพื่อเป็นการปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับปัจจุบันให้ครอบคลุมน่านน้ำทั้งหมดจึงมีการนำเสนอ พ.ร.ก.ฉบับใหม่ดังกล่าว
"พ.ร.ก.ดังกล่าวจะครอบคลุมเรื่องการกำกับกองเรือไทย การจดทะเบียนเรือ การตรวจสภาพเรือ การดูแลเรื่องอุปกรณ์เรือ อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ การจดจำนองเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ รวมทั้งบุคลากรประจำเรือ ให้เป็นปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีประกาศคสช.เรื่องการจัดระเบียบเรือประมงที่ผิดกฏหมายตามความเห็นของ ILLegal,Unreported and Unregulated Fishing :IUU Fishing โดยนำคำสั่งดังกล่าวไปปรับปรุงในระเบียบกฏหมายด้วยเพื่อรองรับการตรวจประเมินขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ(IMO) ในเดือนกรกฎาคมนี้ให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ"
ทั้งนี้กรณีดังกล่าวจะต้องเสนอสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการตรวจแก้ไขก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถนำไปปรับแก้ไขการทำประมงผิดกฏหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น อันจะเป็นการยกระดับการทำประมงของไทยให้มีมาตรฐานสากล สามารถออกไปประกอบการเดินเรือระหว่างประเทศได้อย่างมีความมั่นใจมากขึ้น
โดยปัจจุบันประเทศไทยมีพันธะด้านอนุสัญญาภาคีเครือข่ายกับ IMO จำนวน 13 ฉบับโดยจะมีการเข้ามาประเมินว่าประเทศไทยมีการปรับแก้ไขกฏหมายให้สอดคล้องอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ได้รับรองกันไปแล้วหรือไม่ อย่างไร
"เป็นเพียงพระราชกำหนดเท่านั้นเพราะต้องการความรวดเร็วในการนำไปประกาศให้มีผลบังคับใช้แต่ต้องให้สคก.พิจารณาปรับแก้ไขก่อน หลังจากนั้นจะส่งร่างกลับมาให้ครม.พิจารณาก่อนเร่งประกาศบังคับใช้โดยเร็วเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญมากประกอบกับสคก.ได้เคยเห็นร่างดังกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจึงคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพิจารณาไม่นานนัก"
ด้านนางจิราภรณ์ จันทรศิริ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านมาตรฐานการขนส่งทางน้ำ กล่าวว่า การเสนอร่างพ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับนั้นเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการตรวจประเมินติดตามแม้ว่าด้านกฏหมายอาจจะยังดำเนินการไม่ทันแต่สิ่งที่ทางสหภาพยุโรปจะมาเห็นคือประเทศไทยมีความตั้งใจจริงในการปรับแก้ไขกฏหมายที่จะนำไปใช้บังคับในการแก้ไขปัญหาด้านการประมงอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล
"ปัจจุบันตัวกฏหมายที่ใช้อยู่นั้นจัดว่าเป็นกฏหมายพิเศษจึงไม่มีผลกระทบใดๆในความล่าช้า และนำกฏหมายพิเศษนั้นมาบรรจุไว้ในกฏหมายปกติที่มีบังคับไว้แล้วที่เรียกว่าพระราชกำหนดนั่นเอง เพียงแต่ตัวกฏหมายได้ถูกเปลี่ยนจากกฏหมายพิเศษมาเป็นกฏหมายปกติ โดยขณะนี้มีพ.ร.บ.เดินเรือจำนวน 300 มาตรา และพ.ร.บ.เรือไทย จำนวน 213 มาตรา ดังนั้นสคก.จึงอาจต้องใช้ระยะเวลาพิจารณาร่างดังกล่าวนานพอสมควรก่อนเสนอประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป"
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในส่วนของกระทรวงคมนาคมว่าครม.ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกำหนดการเดินเรือ พ.ศ. ....และร่างพระราชกำหนดเรือไทย พ.ศ.....และอนุมัติให้ถอนร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 พ.ศ....และร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 พ.ศ....ตามมติครม.(7 มีนาคม 2560) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา(สคก.)
โดยเหตุที่ต้องขออนุมัติหลักการดังกล่าวสืบเนื่องจากกรมเจ้าท่าได้เสนอให้มีการแก้ไขในหลายจุดและเพื่อเป็นการปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับปัจจุบันให้ครอบคลุมน่านน้ำทั้งหมดจึงมีการนำเสนอ พ.ร.ก.ฉบับใหม่ดังกล่าว
"พ.ร.ก.ดังกล่าวจะครอบคลุมเรื่องการกำกับกองเรือไทย การจดทะเบียนเรือ การตรวจสภาพเรือ การดูแลเรื่องอุปกรณ์เรือ อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ การจดจำนองเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ รวมทั้งบุคลากรประจำเรือ ให้เป็นปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีประกาศคสช.เรื่องการจัดระเบียบเรือประมงที่ผิดกฏหมายตามความเห็นของ ILLegal,Unreported and Unregulated Fishing :IUU Fishing โดยนำคำสั่งดังกล่าวไปปรับปรุงในระเบียบกฏหมายด้วยเพื่อรองรับการตรวจประเมินขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ(IMO) ในเดือนกรกฎาคมนี้ให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ"
ทั้งนี้กรณีดังกล่าวจะต้องเสนอสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการตรวจแก้ไขก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถนำไปปรับแก้ไขการทำประมงผิดกฏหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น อันจะเป็นการยกระดับการทำประมงของไทยให้มีมาตรฐานสากล สามารถออกไปประกอบการเดินเรือระหว่างประเทศได้อย่างมีความมั่นใจมากขึ้น
โดยปัจจุบันประเทศไทยมีพันธะด้านอนุสัญญาภาคีเครือข่ายกับ IMO จำนวน 13 ฉบับโดยจะมีการเข้ามาประเมินว่าประเทศไทยมีการปรับแก้ไขกฏหมายให้สอดคล้องอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ได้รับรองกันไปแล้วหรือไม่ อย่างไร
"เป็นเพียงพระราชกำหนดเท่านั้นเพราะต้องการความรวดเร็วในการนำไปประกาศให้มีผลบังคับใช้แต่ต้องให้สคก.พิจารณาปรับแก้ไขก่อน หลังจากนั้นจะส่งร่างกลับมาให้ครม.พิจารณาก่อนเร่งประกาศบังคับใช้โดยเร็วเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญมากประกอบกับสคก.ได้เคยเห็นร่างดังกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจึงคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพิจารณาไม่นานนัก"
ด้านนางจิราภรณ์ จันทรศิริ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านมาตรฐานการขนส่งทางน้ำ กล่าวว่า การเสนอร่างพ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับนั้นเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการตรวจประเมินติดตามแม้ว่าด้านกฏหมายอาจจะยังดำเนินการไม่ทันแต่สิ่งที่ทางสหภาพยุโรปจะมาเห็นคือประเทศไทยมีความตั้งใจจริงในการปรับแก้ไขกฏหมายที่จะนำไปใช้บังคับในการแก้ไขปัญหาด้านการประมงอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล
"ปัจจุบันตัวกฏหมายที่ใช้อยู่นั้นจัดว่าเป็นกฏหมายพิเศษจึงไม่มีผลกระทบใดๆในความล่าช้า และนำกฏหมายพิเศษนั้นมาบรรจุไว้ในกฏหมายปกติที่มีบังคับไว้แล้วที่เรียกว่าพระราชกำหนดนั่นเอง เพียงแต่ตัวกฏหมายได้ถูกเปลี่ยนจากกฏหมายพิเศษมาเป็นกฏหมายปกติ โดยขณะนี้มีพ.ร.บ.เดินเรือจำนวน 300 มาตรา และพ.ร.บ.เรือไทย จำนวน 213 มาตรา ดังนั้นสคก.จึงอาจต้องใช้ระยะเวลาพิจารณาร่างดังกล่าวนานพอสมควรก่อนเสนอประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป"








