
สภากทม.จัดสัมมนาแก้ไขปัญหารอยต่อเชื่อมนนทบุรี
สภากรุงเทพมหานคร จัดสัมมนาบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดปริมณฑลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 4 โรงแรมริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี โดยเวลา 09.00 น. ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา และนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวแนะนำจังหวัดนนทบุรีและนโยบายในการพัฒนาจังหวัด โดยมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขต กทม. และคณะผู้บริหารท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรี ร่วมในงานสัมมนา
การสัมมนาบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดนนทบุรี ในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานพัฒนาท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางการบูรณาการการแก้ไขปัญหาในพื้นที่รอยต่อระหว่างทั้งสองเมือง อาทิ ปัญหาด้านสาธารณสุข ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาจราจร อีกทั้งนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกสภากรุงเทพมหานครกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถนำแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นไปดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
“การสัมมนาในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มตันในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างท้องถิ่นของกทม.และนนทบุรี ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกัน มีการพัฒนา สภาพปัญหา และสภาพพื้นที่คล้ายคลึงกันจนแยกไม่ออกว่าพื้นที่ไหนเป็นนนทบุรี ตรงไหนเป็น กทม. สิ่งที่สภา กทม.ตระหนักคือ ทำอย่างไรจึงจะเกิดความร่วมมือของเพื่อนบ้าน นำปัญหา นำวิธีการแก้ไข และสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนของทั้งสองเมืองมาพูดคุยกัน เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยไม่แบ่งแยกพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป” ประธานสภากรุงเทพหานคร กล่าว
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า นนทบุรีกับกรุงเทพฯ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเสมอ โดยเฉพาะเวลามีปัญหาน้ำท่วม รถติด น้ำเสีย เมื่อพื้นที่เขตของกทม.ประสบปัญหาพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรีก็เผชิญปัญหาเดียวกัน ขณะทีคนกรุงเทพฯ มาซื้อบ้านอยู่อาศัยในนนทบุรีไม่น้อยกว่า 6-7 แสนคน การจะก้าวเดินต่อไปจึงจำเป็นต้องสร้างสหสัมพันธ์อันดีเพื่อร่วมมือกันแก้ไข พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้นำเสนอนโยบายการบริหารจังหวัด “นนทบุรี 4.0” ภายใต้แนวทาง สะอาด สะดวก สบาย และปลอดภัย ซึ่งหลายเรื่องได้นำรูปแบบการดำเนินงานของ กทม.ซึ่งเป็นเหมือนพี่ใหญ่มาใช้ เช่น ระบบการคัดแยกขยะเพื่อลดปริมาณขยะ ความปลอดภัยในอาคารสูง ส่วนการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่นนทบุรี เป็นแบบ “CCTV ประชารัฐ” สร้างความร่วมมือให้หน่วยงาน และภาคเอกชน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ร่วมกันติดตั้งกล้องและเป็นหูเป็นตา จุดอ่อนน้ำท่วมในนนทบุรี 15 จุด กำลังเร่งแก้ไข
ในการสัมมนามีการอภิปราย ในหัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดปริมณฑลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดย ได้รับเกียรติจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารท้องถิ่นของจังหวัดนนทบุรีร่วมอภิปราย ในภาคเช้าเริ่มต้นด้วยหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย” โดย นายธวัชชัย ฟักอังกูร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต่อด้วย “แนวทางและแผนพัฒนากรุงเทพมหานครร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น “ โดย นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “ แนวทางและแผนการพัฒนาท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี” โดย พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และ “บทบาทของสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นและเมือง” โดย นายจำลอง ขำสา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
สำหรับการอภิปรายในภาคบ่าย ประกอบด้วย หัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล(จ.นนทบุรี)ด้านสาธารณสุข” โดย นพ.พรเทพ ศิริวรารังสรรค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร “ความร่วมมือเพื่อพัฒนาท้องถิ่นระหว่างหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร กับ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” โดย นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. “ ทิศทางการพัฒนาพื้นที่รอยต่อของจังหวัดนนทบุรี กับกรุงเทพมหานคร” โดย นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด ปิดท้ายด้วย “การสนับสนุนความร่วมมือการพัฒนาท้องถิ่นระหว่างจังหวัดนนทบุรี กับกรุงเทพมหานคร” โดย นายสมบัติ ยิ่งเจริญ สมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด
การสัมมนาการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดปริมณฑลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 60 ที่ผ่านมา ระหว่างสภากรุงเทพมหานครกับท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากผู้บริหารท้องถิ่นของทั้งสองพื้นที่เป็นอย่างดี รวมทั้งผู้ปฏิบัติสามารถนำแนวคิดที่ได้จากการสัมมนาครั้งนั้นไปต่อยอดแผนการพัฒนาพื้นที่รอยต่อร่วมกันในอนาคต ส่วนการสัมมนาร่วมกับจังหวัดนนทบุรีในครั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะได้รับทราบแผนพัฒนาจังหวัด ตลอดจนประสบการณ์และบทบาทการแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ของท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรี สามารถสร้างภาคีเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถแก้ไขความเดือดร้อนได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป
การสัมมนาบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดนนทบุรี ในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานพัฒนาท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางการบูรณาการการแก้ไขปัญหาในพื้นที่รอยต่อระหว่างทั้งสองเมือง อาทิ ปัญหาด้านสาธารณสุข ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาจราจร อีกทั้งนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกสภากรุงเทพมหานครกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถนำแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นไปดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า นนทบุรีกับกรุงเทพฯ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเสมอ โดยเฉพาะเวลามีปัญหาน้ำท่วม รถติด น้ำเสีย เมื่อพื้นที่เขตของกทม.ประสบปัญหาพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรีก็เผชิญปัญหาเดียวกัน ขณะทีคนกรุงเทพฯ มาซื้อบ้านอยู่อาศัยในนนทบุรีไม่น้อยกว่า 6-7 แสนคน การจะก้าวเดินต่อไปจึงจำเป็นต้องสร้างสหสัมพันธ์อันดีเพื่อร่วมมือกันแก้ไข พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้นำเสนอนโยบายการบริหารจังหวัด “นนทบุรี 4.0” ภายใต้แนวทาง สะอาด สะดวก สบาย และปลอดภัย ซึ่งหลายเรื่องได้นำรูปแบบการดำเนินงานของ กทม.ซึ่งเป็นเหมือนพี่ใหญ่มาใช้ เช่น ระบบการคัดแยกขยะเพื่อลดปริมาณขยะ ความปลอดภัยในอาคารสูง ส่วนการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่นนทบุรี เป็นแบบ “CCTV ประชารัฐ” สร้างความร่วมมือให้หน่วยงาน และภาคเอกชน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ร่วมกันติดตั้งกล้องและเป็นหูเป็นตา จุดอ่อนน้ำท่วมในนนทบุรี 15 จุด กำลังเร่งแก้ไข
ในการสัมมนามีการอภิปราย ในหัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดปริมณฑลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดย ได้รับเกียรติจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารท้องถิ่นของจังหวัดนนทบุรีร่วมอภิปราย ในภาคเช้าเริ่มต้นด้วยหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย” โดย นายธวัชชัย ฟักอังกูร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต่อด้วย “แนวทางและแผนพัฒนากรุงเทพมหานครร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น “ โดย นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “ แนวทางและแผนการพัฒนาท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี” โดย พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และ “บทบาทของสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นและเมือง” โดย นายจำลอง ขำสา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
สำหรับการอภิปรายในภาคบ่าย ประกอบด้วย หัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล(จ.นนทบุรี)ด้านสาธารณสุข” โดย นพ.พรเทพ ศิริวรารังสรรค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร “ความร่วมมือเพื่อพัฒนาท้องถิ่นระหว่างหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร กับ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” โดย นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. “ ทิศทางการพัฒนาพื้นที่รอยต่อของจังหวัดนนทบุรี กับกรุงเทพมหานคร” โดย นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด ปิดท้ายด้วย “การสนับสนุนความร่วมมือการพัฒนาท้องถิ่นระหว่างจังหวัดนนทบุรี กับกรุงเทพมหานคร” โดย นายสมบัติ ยิ่งเจริญ สมาชิกสภาเทศบาลนครปากเกร็ด
การสัมมนาการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดปริมณฑลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 60 ที่ผ่านมา ระหว่างสภากรุงเทพมหานครกับท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากผู้บริหารท้องถิ่นของทั้งสองพื้นที่เป็นอย่างดี รวมทั้งผู้ปฏิบัติสามารถนำแนวคิดที่ได้จากการสัมมนาครั้งนั้นไปต่อยอดแผนการพัฒนาพื้นที่รอยต่อร่วมกันในอนาคต ส่วนการสัมมนาร่วมกับจังหวัดนนทบุรีในครั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะได้รับทราบแผนพัฒนาจังหวัด ตลอดจนประสบการณ์และบทบาทการแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ของท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรี สามารถสร้างภาคีเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถแก้ไขความเดือดร้อนได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป








