
ประมูล 5G ได้เงินเข้ารัฐ 7 หมื่นล้าน
คลื่น 700 และ 2600 MHz ขายหมดชัวร์
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า การประมูลระบบ5G ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ได้เงินเข้ารัฐจำนวน 7 หมื่นล้านบาทจากที่เคยประเมินไว้ 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz จากเดิมเคยประเมินไว้ 4-5 ใบอนุญาต ทั้งสองคลื่นน่าจะจัดสรรได้ทั้งหมด เพราะสำนักงาน กสทช. ได้ประเมินสถานการณ์ใหม่อีกรอบ
ส่วนคลื่น 1800 MHz ไม่แน่ใจว่าจะมีเอกชนรายใดยื่นหรือไม่เนื่องจากราคาเริ่มต้นสูง เพราะราคาคลื่นรอบที่แล้วสูงจะมาตั้งราคาต่ำกว่าคลื่นอื่นไม่ได้เพราะมีการประมูลไปแล้ว ดังนั้นถ้าจะปรับราคาใหม่จะต้องเข้าสู่การพิจารณารับฟังความคิดเห็นหลังจากนั้นนำเสนอบอร์ดพิจารณาในลำดับต่อไป
ขณะที่คลื่น 26 GHz จากเดิมประเมินไว้ 4-5 ใบอนุญาตน่าจะจัดสรรได้มากกว่านั้น
ส่วนการลงทุนระบบ 5Gในปีนี้จำนวน 1.3 แสนล้าบาทใน ปี 2564 จำนวน 2 แสนล้านบาท เนื่องจากต้องลงเสาสัญญาณเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันผู้ประกอบการ 5 ราย ติดตั้งเครือข่ายไปแล้ว 1.3 แสนสถานีฐาน
“วันนี้หลังยื่นรับคำขอแล้วหลัง 16.30 น.ผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย ไม่สามารถให้ข้อมูลและความเห็นใดๆในการประมูล 5G จนเสร็จสิ้นประมูลในวันที่16 กุมภาพันธ์ และหลังจากรับคำขอในวันนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ผู้ประกอบการรายใดประมูลคลื่นไหน แต่จะเปิดเผยได้ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ หลังนำเสนอบอร์ด กสทช.พิจารณา”
นอกจากนี้นายฐากร ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากเดิมหลังประมูลจะออกใบอนุญาตให้กับผู้ร่วมประมูลภายใน 90 วันแต่ครั้งนี้เพื่อความรวดเร็ว และ เปิดระบบ5G ก่อนโอลิมปิกในเดือนกรกฎาคมนี้ ทาง กสทช.ให้ผู้ชนะประมูลมาชำระใบอนุญาตได้และออกใบอนุญาตภายใน 3 วัน เพราะผู้ประกอบการมีความประสงค์ขอใบอนุญาตภายใน 1 มีนาคม 2563
สำหรับการเคาะคลื่นนั้นจะเรียงลำดับ 700,1800,2600 MHz และ 26 GHz ตามลำดับ
ส่วนงบที่ใช้ลงทุนจำนวน 22 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดทำโปรแกรม และ ค่าจัดสถานที่ โดยเตรียมห้องประมูลครั้งนี้ 5 ห้องครบตามจำนวนผู้ร่วมประมูล
สำหรับ 4 คลื่นที่นำมาประมูล ได้แก่ คลื่น 700 MHz จำนวน 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 2x5 MHz ราคาเริ่มต้น 8,792 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 440 ล้านบาท การชำระเงินแบ่งเป็น 10 งวด งวดละ 10% โดยผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกัน 2,637.6 ล้านบาท และหากไม่ชำระค่าประมูล จะต้องชำระค่าปรับ 1,319 ล้านบาทต่อใบอนุญาต
คลื่น 1800 MHz จำนวน 7 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 2x5 MHz ราคาเริ่มต้น 12,486 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 25 ล้านบาท การชำระเงินแบ่งเป็น 3 งวด งวดที่ 1 จำนวน 50% ของราคาที่ชนะการประมูล งวดที่ 2 และ 3 จำนวนงวดละ 25% ของราคาที่ชนะการประมูล โดยผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกัน 4,994.4 ล้านบาท และหากไม่ชำระค่าประมูล จะต้องชำระค่าปรับ 1,873 ล้านบาท ต่อใบอนุญาตโดยผู้ชนะการประมูลจะต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 40% ของประชากร ภายใน 4 ปี และครอบคลุม 50% ของประชากรภายใน 8 ปี
คลื่น 2600 MHz จำนวน 19 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 10 MHz ราคาเริ่มต้น 1,862 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 93 ล้านบาท การชำระเงินแบ่งเป็น 7 งวด งวดที่ 1 จำนวน 10% ของราคาที่ชนะการประมูล งวดที่ 2-7 (ปีที่5-10) งวดละ 15% ของราคาที่ชนะการประมูล โดยผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกัน 1,862 ล้านบาท และหากไม่ชำระค่าประมูล จะต้องชำระค่าปรับ 280 ล้านบาท ต่อใบอนุญาต โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 50% ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ภายใน 1 ปี และครอบคลุม 50% ของประชากรใน Smart city ภายใน 4 ปี
และคลื่น 26 GHz จำนวน 27 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 100 MHz ราคาเริ่มต้น 423 ล้านบาท เคาะราคาครั้งละ 22 ล้านบาท การชำระเงินงวดเดียวภายใน 1 ปีหลังจากการประมูล โดยผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกัน 507.6 ล้านบาท และหากไม่ชำระค่าประมูล จะต้องชำระค่าปรับ 64 ล้านบาทต่อใบอนุญาต
●ผ่างบการเงินค่ายมือถือก่อนประมูล5G
●ซีอีโอดีแทคมาเองยื่นรับคำขอประมูล5G











