23 เมษายน 2021

ตลาดงานปรับตัว แรงงาน Outsource เพิ่มปริมาณ

04 Feb 2021 11:25 น.
อ่าน 827 ครั้ง

ตลาดงานปรับตัว แรงงาน Outsource เพิ่มปริมาณ

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป คาดตลาดแรงงานปี 2564 ยังสะดุด จากสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ขณะที่ภาพมีการปรับตัว ทั้งลดต้นทุน และปรับรูปแบบการทำงานให้มีความยืดหยุ่น มีการจ้างงานแบบระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการจ้างงานแบบ Outsource จะได้เห็นมากขึ้น พร้อมเผย งานขายและการตลาด ยังเป็นอาชีพมาแรงแห่งปี


นางสาวสุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวว่า ภาพรวมทิศทางตลาดแรงงานปี 2564 ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว จากบางสายงานโตสวนกระแส บางสายงานความต้องการลดลงถึงคงที่ จากผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและโควิด-19 จึงยังไม่มีการขยายโครงสร้าง

สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป

นอกจากนี้ องค์กรธุรกิจยังมีการปรับกลยุทธ์และออกแบบการทำงานใหม่เพื่อลดต้นทุนมากขึ้น รวมถึงมีการปรับโครงสร้างองค์กร และออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ ส่งผลให้รูปแบบการจ้างงานมีความยืดหยุ่น จากการจ้างงานแบบประจำมาเป็นรูปแบบการจ้างงานระยะสั้นประเภทต่างๆ ทั้งการจ้างงานชั่วคราว การจ้างงานแบบสัญญาจ้าง และการจ้างงานในรูปแบบ Outsource จะเป็นที่นิยมแพร่หลาย ตอบโจทย์การขาดแคลนกำลังคนได้ตามความต้องการ
 

ตลาดแรงงาน ยังมีแนวโน้มการนำเทคโนโลยีในเข้ามาเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในบางขั้นตอนการทำงาน และเชื่อมโยงแพลทฟอร์มของส่วนงานต่างๆ อาทิ พนักงานขายหน้าร้าน พนักงานบริการลูกค้า งานธุรการ พนักงานขนส่ง พนักงานฝ่ายการผลิต ส่งผลให้แรงงาน ต้องเพิ่มทักษะการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล

ส่วนกลุ่มคนทำงานในแต่ละองค์กร พบว่า จะมีความหลากหลายและมีกลุ่มคนทำงานหลายช่วงอายุ (Multi-Generational Pool of Workers) โดย Gen X กับ Y จะมีสัดส่วนมากที่สุด และในกลุ่ม Gen Z จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งคนแต่ละรุ่นมีวิธีคิดและการทำงานที่แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพนักงานที่จะต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน 

อัตราส่วนจำนวนประชากรในกำลังแรงงานของไทย




อีกหนึ่งแนวโน้มที่จะเห็นในโลกของการทำงาน กลุ่มแรงงานจะเปลี่ยนแปลงไปสู่การสร้างทางเลือกเพื่อสร้างรายได้ เพิ่มขึ้น อาทิ กลุ่มคนทำงานประจำยังคงรักษาความมั่นคงในอาชีพ และจะมีการสร้างรายได้เสริมจากการรับงานอิสระประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายงานหรือเป็นเรื่องที่ถนัด เช่น ทำขนม ทำอาหารขายออนไลน์ หรือการขายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น  

10 อันดับสายงานที่ต้องการของแรงงาน

ส่วนกลุ่มแรงงานที่ทำงานอิสระจะรับทำงานที่หลากหลายมากขึ้น บางคนผันไปเป็นรายได้หลักและการสร้างความมั่นคงจากงานระยะสั้นหลายๆ งาน โดยสามารถบริหารจัดการและเลือกทำงานพร้อมๆ กันได้หลายอย่าง นอกจากนี้ กระบวนการเรียนรู้และการเสริมทักษะต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถในระดับบุคคลจะเป็นตัวเชื่อมโยงแรงงานและอาชีพต่างๆ ให้สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบทั้งงานปัจจุบันและงานในอนาคตได้       

จากผลสำรวจจากกลุ่มลูกค้าของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย 10 อันดับสายงาน ที่ตลาดงานต้องการ (ภาพในตาราง) ดังนี้  

ตลาดงานปรับตัว แรงงาน Outsource เพิ่มปริมาณ

อันดับ 1 สายงานขายและการตลาด 23.10%  อันดับ 2 สายงานบัญชีและการเงิน 9.58% อันดับ 3 สายงานขนส่งและงานโลจิสติกส์ 9.50% อันดับ 4 สายงานวิศวกร 8.52% อันดับ 5 สายงานไอที 7.78% อันดับ 6  งานระยะสั้นต่างๆ 6.96% อันดับ 7 สายงานธุรการ 6.80% อันดับ 8 สายงานบริการลูกค้า 5.32% อันดับ 9 สายงานการผลิต 5.24% และอันดับ 10  สายงานบริการทางการแพทย์และสุขภาพ 3.28% ส่วน 10 อันดับสายงานที่ตลาดแรงงานต้องการ ดังนี้ อันดับ 1สายงานขายและการตลาด  29.70% อันดับ 2  สายงานวิศวกร 15.23% อันดับ 3 สายงานบริการลูกค้า  13.43% อันดับ 4 สายงานธุรการ 7.40% อันดับ 5  สายงานทรัพยากรบุคคล 7.37% อันดับ 6 สายงานไอที  5.9% อันดับ 7 สายงานบัญชีและการเงิน  5.66% อันดับ 8 สายงานขนส่งและงานโลจิสติกส์  5.51% อันดับ 9 งานระดับผู้บริหาร  3.51% และอันดับ 10  สายงานการผลิต  2.28%

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าตลาดงานและแรงงาน ยังมีความสอดคล้องในสัดส่วนความต้องการของตลาดกับแรงงาน (ภาพในตาราง) อีกทั้ง ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าสายงานขนส่งและโลจิสติกส์มีอัตราการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ 4.83%  ตามทิศทางธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ, ค้าขายออนไลน์ และธุรกิจเดลิเวอรี่  ทางด้านงานขายและการตลาดขึ้นอันดับ 1 มา 5 ปีต่อเนื่องกันซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการเติบโตทางธุรกิจให้ความสำคัญกับบุคลากรที่เป็นตัวกลางในการนำเสนอสินค้าและบริการ โดยเฉพาะสินค้าความงาม และสินค้าที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ ส่วนการตลาดเข้ามาวางกลยุทธ์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์สู่การนำเสนอการสื่อสารเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการโปรโมชั่นและกิจกรรมทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง

เปรียบเทีบมความค้องการตลาดแรงงานและแรงงาน

นอกจากนี้ ในกลุ่มงานระยะสั้นประเภทต่างๆ งานบริการทางการแพทย์และสุขภาพมีความต้องการแรงงานเป็นจำนวนมากและเป็นตลาดงานส่วนที่มีความสำคัญในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้ แต่งานในกลุ่มงานธุรการ งานบริการลูกค้าและงานการผลิตก็ยังคงมีความต้องการสูง เนื่องจากผู้ประกอบการในประเทศส่วนใหญ่ยังคงเป็นธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมและกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลง แม้งานเหมือนเดิมแต่ก็มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทั้งบางส่วนจนถึงหลายส่วน จึงทำให้แรงงานต้องพัฒนาทักษะที่มารองรับกับการทำงานกับเทคโนโลยีโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี ในกระบวนการทำงานและการผลิต เป็นต้น

 


พร้อมกันนี้ ยังเผยถึงอาชีพที่มาแรงในปี 2564 มี 10 อาชีพตามผลสำรวจ ประกอบด้วย อันดับหนึ่ง งานขายและการตลาด อันดับสอง งานบัญชีและการเงิน  อันดับที่สามงานขนส่งและโลจิสติกส์ อันดับสี่งานวิศวกร อันดับที่ห้า งานไอที อันดับที่หกงานระยะสั้นต่างๆ อันดับเจ็ดงานธุรการ  อันดับแปด งานบริการลูกค้า อันดับเก้างานการผลิตและ อันดับสิบ งานบริการทางการแพทย์และสุขภาพ

เจาะลึกอาชีพมาแรงแห่งปี

นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยถึงกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สูงสุด 5 อันดับ ประกอบด้วย 1.ธุรกิจท่องเที่ยว รายได้ลดลง 73% 2.ธุรกิจบันเทิง รายได้ลดลด 59% 3.ธุรกิจรับจ้าง บริการ รายได้ลดลง 44% 4.ธุรกิจการผลิต รายได้ลดลง 42% 5.ธุรกิจอาหาร รายได้ลดลง 41% จากข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มที่ภาคแรงงานต้องเตรียมพร้อมในการปรับเปลี่ยนรับการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับผลกระทบ  อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าวิกฤตดังกล่าวจะปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานและธุรกิจต่างๆจะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในตลาดงานและแรงงานในปีนี้ต่อไปจนถึงอนาคต การทำงานของแรงงานจะต้องตอบโจทย์ตลาดงาน มีทักษะที่มีความหลากหลาย พร้อมกับการพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อันจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นบนพื้นฐานของความสมดุลในชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว โดยแรงงานสามารถออกแบบความมั่นคงของชีวิตได้ตามสถานการณ์และบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป 

ดังนั้น หากทุกคนมีการเตรียมตัวและตั้งรับที่ดีโดยเฉพาะภาคแรงงาน แมนพาวเวอร์กรุ๊ปเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไป แม้ในยามวิกฤตที่เกิดขึ้น หากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมและแรงงานเรียนรู้การเปลี่ยนแปลง ปรับตัว ยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ เราจะสามารถค้นพบ “ทางเลือกสู่ทางรอดแรงงานไทยปี 64” เท่าทันยุคเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วได้ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 วิธีการทำงานอย่างแชมป์

Walk the Talk ผู้นำ "ทำตามที่พูด" บทเรียน โจ ไบเดน

7 วิธีคิด ดึงมนุษย์เงินเดือนออกจาก Comfort Zone

'เรียนรู้-อยู่รอด' 7 แนวคิด 'แจ๊ค หม่า'

Upskill-Reskill ก่อนกลายเป็น "ชนชั้นไร้ประโยชน์"

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend