รัฐบาลร้าวหนัก ภูมิใจไทย ขี่คอ‘นายกฯ’

02 มิ.ย. 2564 เวลา 5:10 น.2.3k

รัฐบาลร้าวหนัก ภูมิใจไทย ขี่คอ‘นายกฯ’ : รายงานหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,684 หน้า 12 วันที่ 3 - 5 มิถุนายน 2564

ปรากฏการณ์หนึ่งที่เห็นเกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ช่วง 2 วัน ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.- 1 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา คือ ได้เห็นสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รุมถล่มรัฐบาลรุมถล่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ โดยต่างแสดงความไม่พอใจที่มีการ “หั่นงบ” ใน 2 กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยบริหารอยู่ คือ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เริ่มจาก นายชาดา ไชยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่อภิปรายกลางสภาอย่างดุเดือดว่า เป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ให้เกียรติพี่น้องประชาชน เพราะรัฐบาลตัดงบกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แทบทุกกรม

“งบที่ สธ.ได้รับ 4 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีการเบิกจ่ายไปเพียง 2 หมื่นล้าน ยิ่งไปกว่านั้นเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยจำนวนกว่า 6 พันล้าน ตั้งแต่การระบาดของโควิดรอบแรก ขณะนี้ยังไม่มีเบิกจ่าย จะให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ไปสู้กับข้าศึกอย่างไร” 

ยิ่งไปกว่านั้นมีการตัดแม้กระทั่งงบปฐมภูมิ ถือว่าสำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ใจดำมาก

“หรือสำนักงบประมาณคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไม่รัก นายอนุทิน หัวหน้าพรรคเสียแล้ว ท่านถึงได้ตัดงบประมาณแบบนี้ ผมก็อยากจะบอกว่า หัวหน้าครับถ้าเขาไม่รักก็กลับบ้านเราเถอะ” นายชาดา ระบุ

 

โวยหั่นงบสธ.-ท่องเที่ยว  

ตามมาด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ในปีนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับมหาวิกฤติิโควิด การจัดสรรจึงต้องจัดสรรไปที่กระทรวงหลักๆ คือ กระทรวงสาธารณสุข แต่ตัวเลขที่เห็นกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น

“ที่สำคัญทางกรมควบคุมโรค ได้เสนองบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดซื้อวัคซีน 70 ล้านโดส มาฉีดให้ประชาชนทั้งประเทศ แต่งบส่วนนี้กลับถูกตัดออก โดยอ้างเหตุผลว่าจะให้ไปใช้งบกลาง หรืองบเงินกู้ นี่จึงเป็นความผิดหวังต่อการจัดสรรงบฯ ของสำนักงบประมาณในปีนี้”

นายภราดร กล่าวด้วยว่า การจัดสรรงบในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ได้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายของนายกฯ ในการเปิดประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งมีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ในปีที่แล้วมีการจัดสรรงบเป็นจำนวน 4.8 พันล้านบาท แต่ปีนี้กลับถูกตัดเหลือเพียง 2.8 พันล้านบาท หรือถูกตัดไปถึง 2 พันล้าน 

ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุข มีการตัดงบกว่า 4 พันล้านบาท อีกทั้งค่าตอบแทนอสม. 6 พันล้านบาท  สำนักงบประมาณก็โอนมาให้ไม่ครบ ทั้งยังตัดงบกรมควบคุมโรคไปอีก 500 ล้านบาท เช่นเดียวกับงบ สปสช.ที่มีการจัดสรรงบที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ 

“ตรงนี้ถือเป็นความเจ็บปวดของกระทรวงสาธารณะสุข สวนทั้งกับนโยบายนายกฯ ในการเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วประเทศ”

ส่วนการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่จะจัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุข 3 แสนล้าน เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดหวังได้ เพราะเรามีกำแพงสำคัญคือ สภาพัฒน์

คนที่ 3 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า สธ.ได้ของบ 27,000 ล้านบาท นำไปใช้กับการรักษาผู้ป่วย และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถูกตัดงบ ได้รับอนุมัติเพียง 13,000 ล้านบาทเฉลี่ยออกมาได้เพียงจังหวัดละกว่า 100 ล้านเท่านั้น 

อีกส่วนที่อยู่ในงบลงทุน คือ งบการก่อสร้าง ทั้งตึกที่จอดรถ อาคารผู้ป่วย รวมไปถึงที่พักบุคลากร และอื่นๆ ก็ยังขาด ครม.อนุมัติตั้งแต่ปี 2563 จำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท จนขณะนี้ที่กำลังพิจารณางบ 2565 ก็ยังไม่ได้รับเช่นกัน ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ทำหนังสือทวงถาม ก็ยังไม่ทราบว่าเงินอยู่ตรงที่ใด

นอกจากนี้ สธ.ได้ของบสนับ สนุนที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาโควิดทั้งหมด 15,000 ล้านบาท ส่วนที่จะนำไปใช้ในการซื้ออุปกรณ์ วัคซีน 70 ล้านโดส ได้อนุมัติกลับมาเพียงแค่ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น 

 

อัดทำงบพิลึกพิลั่น

ต่อมาในการอภิปรายวันที่สอง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ก็ยังอภิปรายไม่เห็นด้วยถึงการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล ในส่วนของ สธ. โดยชี้วาส สำนักงบประมาณกลับจัดทำงบประมาณอย่างพิลึกพิลั่น กระทรวงสาธารณสุขกลับถูกตัดงบประมาณไปกว่า 4,300 ล้าน จึงอยากยํ้าถึงสำนักงบประมาณว่า ขณะนี้เราต้องทำสงครามโรค ที่ต้องใช้ความมั่นคงทางสาธารณสุขเป็น อาวุธในการต่อสู้ แต่สำนักงบประมาณกลับไม่เห็นความสำคัญจัดงบให้ สธ.อยู่ในลำดับ 6 

 

รัฐบาลร้าวหนัก ภูมิใจไทย ขี่คอ‘นายกฯ’

 

โดยเฉพาะกรมควบคุมโรคหัวหอกสำคัญที่ในการควบคุมสถานการณ์โควิด ถูกลดงบประมาณไปเกือบ 500 ล้าน เช่นเดียวกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบสวนโรคโควิด กลับถูกตัดงบไปกว่า 100 ล้านบาท 

นายกรวีร์ ยังชี้ให้เห็นถึงความสับสนในการบริหารสถานการณ์โควิด- 19 ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ล้มเหลว จากการไม่ให้สธ.มีบทบาทใน การแก้ปัญหา เพราะเป็นอำนาจของ ศบค.และ กทม. แต่ทั้ง 2 ฝ่ายกลับบริหารงานไม่ชัดเจน มีการระดมวัคซีนจากสรรส่วนของต่างจังหวัดมาช่วยแก้ปัญหาใน กทม. แม้ไม่เห็นด้วยแต่ถ้าทำให้ปัญหาใน กทม.มันจบเราก็พร้อมเสียสละ แต่การทำงานระหว่าง ศบค. และ กทม. กลับออกมาตรการไม่ตรงกันถือเป็นการบริหารงานอย่างบกพร่อง ไร้ประวิทธิภาพ 

เช่นเดียวกับ นายสิริพงศ์ อังคสุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ที่ ขอให้สำนักงบฯ ทบทวนวิธีคิดและวิธีการจัดสรรงบประมาณ หลังจากที่ สธ.เสนอของบเพื่อใช้เกี่ยวกับโควิด วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ได้รับจัดสรรเพียง 1,500 ล้านบาท ส่วนงบที่เหลือนั้นขอให้ใช้ส่วนของงบกลาง หรือ งบเงินกู้ แสดงให้เห็นว่าสำนักงบประมาณไม่เข้าใจบทบาทการแก้ปัญหา

“การอภิปรายงบประมาณ พบว่าส.ส.ไม่ตํ่ากว่า 80% ต้องการเห็นความมั่นคงด้านสาธารณสุขมากกว่าด้านอื่น แต่การทำงบครั้งนี้ไม่ตอบโจทย์ ...สำนักงงบประมาณ บอกให้รอเงินกู้ ผมขอฝากไปยังสำนักงบประมาณด้วยว่า อย่าให้ความเคยชินมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ” 

 

“บิ๊กตู่”หงอ“อนุทิน” 

ภายหลังเกิดการอภิปรายงบประมาณที่ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่พอใจอย่างหนัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ออกมาระบุว่า ได้ทำความเข้าใจกับนายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​และรมว.สาธารณสุข ​​ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ภูมิใจ​ไทย​เรียบร้อยแล้ว  

รวมถึงมีการพูดคุยกันในครม. แล้วด้วย ถึงการจัดทำงบประมาณปี 2565 หลายเรื่องมีงบประมาณทดแทนในส่วนอื่นเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชนที่รัฐบาลดูแลทุกเรื่อง บางอย่างก็ใช้วงเงินนอกกรอบงบประมาณ

“จะบอกว่า​ใช้งบประมาณ​น้อย​ก็คงไม่ใช่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ดูรายละเอียดตรงนี้ ดังนั้น การพูดอะไรต่างๆ ก็ตาม มันต้องมีรายละเอียดมากพอสมควร” นายกฯ ระบุ

ส่วนที่ นายชาดา ระบุ “ผมอยากจะบอกหัวหน้าครับว่า ถ้าเขาไม่รักก็กลับบ้านเราเถอะ” นั้น พล.อ. ประยุทธ์​ กล่าวว่า “ก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคที่จะไปพิจารณา​เอง”

รูปการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ บ่งบอก ได้ว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังขี่คอนายกฯ อยู่ เพราะอยากได้อะไรก็ต้องได้ และจะเป็นแบบนี้ตลอดไป หาก “นายกฯลุงตู่” ยังยอม “งอ” ไม่ยอมหัก! 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

 

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง