
"วัฒนา ช่างเหลา"ซีด ศาลอุทธรณ์สั่งเลือกตั้งใหม่ นายก อบจ.ขอนแก่น
"วัฒนา ช่างเหลา" สะดุด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาเลือกตั้งใหม่ นายก อบจ.ขอนแก่น เหตุเลือกตั้งส่อไม่สุจริต-เที่ยงธรรม
KEY
POINTS
- ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาให้จัดการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่นใหม่ ตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
- ศาลเชื่อว่ามีพยานหลักฐานน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการให้เงิน 100 บาท เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม
- คำพิพากษาดังกล่าว ส่งผลให้ นายวัฒนา ช่างเหลา ต้องพ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.ขอนแก่น และ กกต. ต้องดำเนินการจัดเลือกตั้งใหม่
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้จัดการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่นใหม่ ตามคำร้องของ กกต. หลังเห็นว่าพยานหลักฐานเกี่ยวกับการให้เงิน เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีน้ำหนักรับฟังได้ และการเลือกตั้งมีลักษณะส่อไปในทางไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ส่งผลให้ กกต.ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่ ขณะที่ "วัฒนา ช่างเหลา" เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมทีมทนาย ก่อนเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ห้องพิจารณาคดีเลือกตั้ง 1 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อ่านคำพิพากษาในคดีเลือกตั้ง หมายเลขดำที่ ลต.อบจ.1/2569 ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้ร้อง กับ นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น (นายก อบจ.ขอนแก่น) ในฐานะผู้คัดค้าน กรณี กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งจัดการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่ ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
บรรยากาศการอ่านคำพิพากษาเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยศาลอนุญาตเฉพาะคู่ความและผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเข้ารับฟังการพิจารณา ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือบุคคลภายนอกเข้าห้องพิจารณา
นายวัฒนา ช่างเหลา เดินทางมาศาลพร้อมทีมทนายความ ขณะที่ กกต.ส่งผู้แทนจากสำนักงาน กกต.จังหวัดขอนแก่นเข้าร่วมรับฟังคำพิพากษา
ศาลเชื่อให้เงิน 100 บาทจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า คำให้การของพยานฝ่ายผู้ร้องมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะกรณีที่ นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) นำเงินจำนวน 100 บาท ไปมอบให้พยาน 3 คน พร้อมกล่าวในลักษณะเชิญชวนให้สนับสนุนผู้สมัครหมายเลข 1
ศาลเห็นว่า นายสมศักดิ์ เป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะและมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมาเป็นเวลานาน จึงไม่น่าเชื่อว่าจะพูดเล่นหรือหยอกล้อกับพยานในลักษณะดังกล่าว ทำให้คำให้การของพยานมีความน่าเชื่อถือและสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
ไม่เชื่อคำชี้แจงค่าลูกปลา-ผ้าอ้อม-ค่าเกี่ยวหญ้า
ส่วนคำชี้แจงของฝ่ายผู้คัดค้านที่ระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับค่าลูกปลา ค่าผ้าอ้อมเด็ก และค่าเกี่ยวหญ้าเลี้ยงวัว ซึ่งนำมาจ่ายจากค่าจ้างขับรถรับส่งนักเรียนนั้น ศาลเห็นว่า ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ จึงไม่ให้น้ำหนักกับคำกล่าวอ้างดังกล่าว
ศาลจึงวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าลักษณะเป็นการกระทำที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเสื่อมเสียความน่าเชื่อถือ และกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่นและประชาชนในพื้นที่
สั่งเลือกตั้งใหม่นายก อบจ.ขอนแก่น
จากเหตุผลดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงมีคำพิพากษาให้จัดการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่นใหม่ โดยหลังจากนี้ศาลจะส่งสำเนาคำพิพากษาไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่ตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายวัฒนา ช่างเหลา พร้อมทีมทนายความได้เดินทางออกจากศาลทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชน
ขณะที่ฝ่ายกฎหมายของ กกต. และทีมทนายความของคู่ความ ยังคงอยู่เพื่อดำเนินการคัดสำเนาคำพิพากษาตามกระบวนการของศาล
ที่มาของคดีดังกล่าว
คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการที่ กกต.มีมติให้ "ใบเหลือง" แก่ นายวัฒนา ช่างเหลา หลังเห็นว่า มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อาจมีการกระทำฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ในลักษณะที่อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
กกต.จึงใช้อำนาจตามกฎหมายยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อขอให้เพิกถอนผลการเลือกตั้ง และสั่งจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาเห็นชอบตามคำร้องดังกล่าว






