เปิดคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

13 ก.ย. 2563 เวลา 17:09 น.4.4k

เปิดคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คุณสมบัติเป็นอย่างไรและใครบ้างที่ได้รับสิทธิ์ เช็กที่นี่

จากกรณีที่ กรมบัญชีกลาง ภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ได้เลื่อนจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนกันยายน2563 และ เบี้ยเงินพิการ2563  จากเดิมที่ต้องจ่ายให้ทุกๆ วันที่ 10 ของเดือนแต่ปรากฏว่าในเดือนกันยายน 2563 กรมบัญชีกลางไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชี ผู้มีสิทธิรับเงินและโอนเข้าบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ภายในกำหนดเวลาภายในวันที่ 10 กันยายน 2563 จนทำให้ผู้สูงอายุ และ คนพิการ ได้รับผลกระทบ

ถัดจากนั้นทางกรมบัญชีกลางออกมาชี้แจงว่าภายในเดือนกันยายนนี้โอนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และ เบี้ยคนพิการ ขณะที่ทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรณีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำเดือนกันยายน 2563 มีความจำเป็นต้องเลื่อนการจ่ายเงิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากรายการอื่นมาจ่ายเป็นเงินเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุแล้ว โดยจะเร่งรัดจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 นี้

ความคืบหน้าล่าสุดในเรื่องนี้ นายลวรณ แสงสนิท  ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยความพิการ ว่า ประเด็นการงดจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนกันยายน2563 และ เบี้ยความพิการเดือนกันยายน 2563 ไม่ได้มีการงดจ่ายแต่เป็นเพียงการเลื่อนจ่ายเนื่องจากมีการปรับปรุงยอดงบประมาณให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ในเดือนกันยายนซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของการจ่ายเงินดังกล่าวในปีงบประมาณ2563โดยขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพื่อมาจ่ายเงินดังกล่าวแล้วและกรมบัญชีกลางจะได้ดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิ์ต่อไปโดยจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2563 นี้

สำหรับ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ใครบ้างที่ได้รับสิทธิ์เช็กที่นี่ที่เดียว

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ

  • มีสัญชาติไทย
  • อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
  • ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ  เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ ยกเว้นผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 หรือผู้ที่ได้รับสวัสดิการอื่นตามมติคณะรัฐมนตรี

เอกสารหลักฐาน

  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา กรณีขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร (รายชื่อธนาคารขึ้นอยู่กับดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)
  • เอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (กรณีผู้สูงอายุไม่สะดวกดำเนินการด้วยตนเอง)
  • หนังสือมอบอำนาจ(แบบฟอร์มมอบอำนาจขึ้นอยู่กับการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  • การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือนหากเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการจะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น) จ่ายเป็นรายเดือนแบบขั้นบันได ดังนี้
  • ผู้สูงอายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท
  • ผู้สูงอายุ 70-79 ปี จะได้รับ 700 บาท
  • ผู้สูงอายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท
  • ผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท

สถานที่ลงทะเบียน

  • กทม. ติดต่อที่สำนักงานเขตที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
  • ต่างจังหวัด ติดต่อที่องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ เทศบาล ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  • ถึงแก่กรรม
  • ขาดคุณสมบัติ
  • แจ้งสละสิทธิการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร

หน่วยงานที่รับผิดชอบ  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  กระทรวงมหาดไทย

ที่มา:ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Government Contact Center)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

เลื่อนจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ-ความพิการ

คลังแจง อปท.ไม่มีงบจ่ายเบี้ยยังชีพคนแก่ -ผู้พิการ

เบี้ยผู้สูงอายุ-คนพิการ จัดสรรลงพื้นที่แล้ว 4.8 พันล้าน พร้อมจ่าย 22 ก.ย.

แค่เลื่อนจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ-คนพิการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง